รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เผย "ส.ต.อ." ทำร้ายร่างกายผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาว ปล่อยภาพลับลงกลุ่มไลน์ รับเสพไอซ์จริง จ่อขยายผลเพิ่มเติม ยันไม่ปกป้องคนผิด
จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 น.ส.หนึ่ง(นามสมมติ) ผู้ช่วยพยาบาลสาว อายุ 28 ปี เดินทางจากจ.นครราชสีมา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ถูก ส.ต.อ.แมน (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ตำรวจสันติบาลใน จ.นครราชสีมา ที่รู้จักกันทางแอปฯ หาคู่ คบหาดูใจได้ 5 เดือน มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด หลอนยาใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ซ้ำยังถูกปล่อยภาพลับ ทำให้อับอายจนต้องลาออกจากงาน โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกาย รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การหน่วงเหนี่ยวกักขัง โดยพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้แล้ว พร้อมส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและสอบถามความเห็นแพทย์ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายในระดับหนึ่ง แต่ผู้เสียหายยังไม่พร้อมให้การอย่างละเอียด จึงให้กลับไปพักฟื้นก่อน ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามอบตัวนั้น พ.ต.อ.ศิริชัย ระบุว่า เป็นเพียงการเข้ามาแสดงตัวเท่านั้น ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน จึงจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
...
สำหรับประเด็นที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจ ผู้กำกับ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ประสานต้นสังกัดของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว หลังมีการร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยต้นสังกัดอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูลความผิดก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ขณะที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จะรายงานรายละเอียดให้ผู้บังคับบัญชาทราบอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของต้นสังกัด แต่ทราบว่ามีการออกคำสั่งภายในของหน่วยงานต้นสังกัดไปแล้ว
ส่วนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกาย บังคับเสพยา และเผยแพร่ภาพลามกอนาจารนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ ขณะที่มาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในภาวะหวาดกลัวนั้น ทางตำรวจได้รับทราบประเด็นดังกล่าวแล้ว และพร้อมให้การคุ้มครองทันทีหากมีการร้องขอ พร้อมประสานต้นสังกัดของคู่กรณีให้ควบคุมดูแล ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือผู้เสียหาย
พ.ต.อ.ศิริชัย ยังยืนยันว่า การทำงานของตำรวจเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย หากผู้ใดกระทำผิดก็จะไม่มีการช่วยเหลือ หรือทำให้คดีอ่อนลงอย่างแน่นอน พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อกล่าวหาจนถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม
ต่อมา เวลา 13.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าและสอบปากคำเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกระบวนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด
นางปวีณา เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่กล้ากลับเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในภาวะหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมูลนิธิได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแม้ติดภารกิจประชุมที่กรุงเทพมหานคร แต่ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.คเชนทร์ และ พ.ต.อ.ศิริชัย เข้ามารับเรื่องและติดตามคดีอย่างใกล้ชิด
ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ระบุอีกว่า วันนี้จะมีการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม รวมถึงให้เข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบคดี ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการสันติบาล 1 ได้มอบหมายให้ผู้กำกับการในสังกัดเข้าพูดคุยและติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสารเสพติดผู้เกี่ยวข้องทันทีโดยไม่รีรอ
นางปวีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และหลายหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ และผลักดันให้ได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
...
ด้าน พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีตำรวจถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวถือเป็นเรื่องสะเทือนใจ เนื่องจากการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด
พ.ต.อ.คเชนทร์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีหลายข้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงประสานญาติและผู้เกี่ยวข้อง ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานสาธารณสุข เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบสารเสพติดประเภทไอซ์ และผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง ซึ่งในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างละเอียด
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ระบุอีกว่า หากตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ไม่สมควรดำรงตนเป็นตำรวจ เพราะถือว่าสูญเสียจิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมย้ำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาพร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากมีเรื่องไม่สบายใจสามารถประสานเจ้าหน้าที่ได้ทันที
พ.ต.อ.คเชนทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับฟังเรื่องราวของผู้เสียหาย มองว่าเป็นบาดแผลทางจิตใจที่ยากจะเยียวยา ส่วนกระบวนการทางคดีนั้น ผู้กำกับการสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยหลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ได้ส่งตัวเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที เพื่อเก็บหลักฐานการถูกทำร้ายร่างกาย ยืนยันว่าคดีนี้จะไม่มีการช่วยเหลือกันเพราะเป็นตำรวจด้วยกัน และทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา.
...