รอง ผบช.ภ.2 เผยคดี “อาตี๋ซีโฟร์” หนุ่มจีนครอบครองอาวุธสงคราม พบปืนไรเฟิลจู่โจม M4 โยงพลเรือน-ทหาร รวม 5 ราย เร่งตรวจเส้นทางการเงิน-เช็กข้อมูลในมือถือ ขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงก่อเหตุกระทบความมั่นคง พร้อมเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด แค่ชื่นชอบสะสมและฝึกยิงปืน หรือมีเป้าหมายอื่นแอบแฝง

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี “อาตี๋ซีโฟร์” หรือนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ครอบครองอาวุธปืนสงคราม โดยทาง พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยภายหลังเข้าประชุมติดตามคดีที่ สภ.หนองปรือ ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายหมิงเฉิน ซัน แล้วรวม 3 ข้อหา ได้แก่ ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา

...




ส่วน น.ส.ยู่ ฮซิน หม่า อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงขั้นแจ้งข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัวสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าของทั้งสองรายแล้ว

สำหรับอาวุธปืนเอ็มโฟร์ จำนวน 2 กระบอก ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชุดสืบสวนพบความเชื่อมโยงของปืนเอ็มโฟร์ 1 กระบอก ไปยังผู้เกี่ยวข้องรวม 5 คน แบ่งเป็นพลเรือน 3 คน และทหาร 2 คน โดยเชื่อว่ามีการจัดหาอาวุธมาจำหน่ายให้นายหมิงเฉิน ซัน ภายในพื้นที่ สภ.สัตหีบ โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวทั้งหมดมารับทราบข้อหาเกี่ยวกับการร่วมจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ แม้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดี ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนทหารทั้ง 2 นาย ถูกผู้บังคับบัญชารับตัวไปควบคุมดำเนินการทางวินัยต่อไป

ด้านอาวุธปืนกล็อก 26 ที่ตรวจพบภายในรถยนต์ ล่าสุดตำรวจสามารถพิสูจน์ทราบที่มาได้แล้ว โดยเชื่อมโยงกับข้าราชการตำรวจรายหนึ่ง ตอนนี้ได้ประสานทางตำรวจนครบาล สืบสวนดำเนินคดี ขณะที่อาวุธเอ็มโฟร์อีก 1 กระบอก ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มา เนื่องจากไม่มีหมายเลขทะเบียนกำกับ และเป็นอาวุธที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้




รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยอีกว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีพฤติกรรมชื่นชอบการสะสมและฝึกยิงปืน โดยพบข้อมูลการเข้าใช้สนามยิงปืนจริงหลายครั้ง แต่ตำรวจยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า เป็นเพียงนักสะสมอาวุธ หรือมีเป้าหมายอื่นแอบแฝง พร้อมเร่งตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเงิน รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคต่าง ๆ เพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่านายหมิงเฉิน ซัน มีแผนก่อเหตุที่กระทบต่อความมั่นคงในประเทศไทย และยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานของรัฐ แม้จะพบข้อมูลว่ามีการลักลอบซื้อขายอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ส่วนประเด็นเรื่องสัญชาติของนายหมิง ตำรวจระบุว่า จากหลักฐานที่พบ มีข้อมูลเชื่อมโยงทั้งประเทศจีน โดมินิกัน และเกาหลี และบัตรประจำตัวสีชมพูของประเทศไทย แต่ตรวจสอบไม่พบว่าถือสัญชาติกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด

...



ส่วนกรณี รถเก๋ง โตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฉง 2305 ชลบุรี ซึ่งเป็นรถที่ผู้ต้องหาขับไปประสบอุบัติเหตุ ริมถนนทางรถไฟห้วยใหญ่ ตำรวจมีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด พบว่ารถคันดังกล่าวในอดีตเป็นรถแท็กซี่โดยสาร สีเขียวเหลือง และเป็นทะเบียนป้ายเหลือง หลังจากที่ปลดประจำการ ก็ถูกนำไปขายต่อ และเปลี่ยนมาเป็นป้ายทะเบียนขาวในช่วงปี พ.ศ.2564 จนกระทั่งปลายปี 2568 ถูกขายและเปลี่ยนเป็นชื่อ โดยตำรวจอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาซื้อต่อมาจากผู้ใด ซึ่งรถคันดังกล่าวถูกแต่งเป็นรถซิ่ง โหลดเตี้ย ใส่ล้อแม็กและ เบรก Brembo (เบรมโบ้) ซึ่งราคาสูงถึง 1.6 แสนบาท รวมถึงเครื่องยนต์มีการใส่เทอร์โบ และ ท่ออินเตอร์คูลเลอร์ ซึ่งไม่แตกต่างกับรถแข่งในสนาม.

...