ผบช.น.เผยการซื้อขายปืนสวัสดิการตำรวจต่อกันหลายทอด เข้าข่ายผิดเงื่อนไข ถือว่าไม่ถูกต้อง หลังพบอาวุธปืนของตำรวจ สน.สายไหม อยู่ในครอบครอง “หมิงเฉิน ซัน” ผู้ต้องหาชาวจีน พร้อมตั้ง กก.ตรวจสอบเส้นทางปืนย้อนหลัง 3 ทอด ฮึ่มฟันวินัย-อาญา

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า อาวุธปืนตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องในส่วนอาวุธปืน 1 กระบอก ตรวจพบที่ชาวจีนใน จ.ชลบุรี เป็นอาวุธปืนของตำรวจสายไหม ซื้อจากสวัสดิการของ บช.น. ตั้งแต่ปี 45 เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 ปืนสวัสดิการและเป็นอาวุธปืนประจำตัวใช้ส่วนตัว มีระบุไว้ห้ามเปลี่ยนมือปืนมรดก ถ้ามีการซื้อขายถือว่าไม่ถูกต้อง ส่วนมีการขายต่อเป็นทอดหลายทอดนั้น บช.น.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรายงานต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบการซื้อขายไม่ถูกต้องหรือการครอบครอง และมีความผิดทางวินัย หรือกฎหมายอาญาหรือไม่ คณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานผลให้ตนรับทราบต่อไป

เมื่อถามว่าอาวุธปืนมาเป็นทอดจะมีการเรียกสอบทั้งหมดหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า จะมีการเรียกสอบทั้งหมดทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมถึงคนจีนดังกล่าวด้วย ตามใบ ป.4 ระบุมา ตกทอดเป็นมรดก การดำเนินการขายต่อผิดอย่างไรบ้าง ส่วนจะมีความผิดทั้งหมดหรือไม่ อาจจะเป็นไปได้ผิดทั้งหมดก็เป็นไปได้ ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบ วัตถุพยาน พยานเอกสาร ใครเกี่ยวข้องจะดำเนินการกับผู้กระทำความผิด คนที่ 2 เป็นใคร ตรวจสอบคร่าวๆ มีประมาณ 3 ทอด หากมีความผิดจะไม่ละเว้น ดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา แต่จากการเบื้องต้นสอบถามทราบว่า ปล่อยปืนทอดแรกเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว จะให้คณะกรรมการดูรายละเอียดอีกครั้ง จากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวเป็นการซื้ออาวุธใช้ส่วนตัวของตำรวจ แต่อาวุธปืนของหลวงมีวงรอบในการตรวจอยู่แล้ว อาวุธปืนสวัสดิการซื้อแล้วห้ามซื้อขาย เว้นแต่ตกทอดเป็นมรดก

ถามว่า อาวุธปืนที่เหลืออาวุธสงครามเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนตำรวจสายไหมหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับรายงานและรับข้อสั่งการ ผบ.ตร. สั่งการให้ตรวจสอบ ตามบ้านเลขที่ ตรวจภายในบ้านของอดีตภรรยา ยังไม่พบอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงภรรยา หรือส่วนอื่น ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญกับการป้องกันกรุงเทพมหานครให้ปลอดภัย สั่งให้ บก.สส.บช.น.และ กก.กก.บก.น.3 สืบสวนขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ต่อไป

อาวุธปืนตั้งแต่ปีไหนนั้น ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ชัดเจน ต้นทางไปถึงมือคนจีน ว่าก่อนถึงผ่านใคร คนจีนซื้อผ่านใคร และมีเจตนาใด ผบ.ตร. สั่งกำชับกวดขันจับกุมอาวุธปืนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อีกนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบ

...


เมื่อถามว่าอาวุธปืนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า บช.น.ได้ประสานกับ บช.ภ.2 ในการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุร้าย คนจีนจะให้การอย่างไรเป็นสิทธิ์ของเขา สำนักงานตำรวจแห่งชาติฐานะผู้รักษากฎหมาย ต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุร้ายในกรุงเทพฯ รวมทั้งต้องมีความเข้มงวด เนื่องเป็นเมืองหลวง ปลายปีนี้มีงานสำคัญ ต้องให้ความสำคัญ ทั้งก่อการร้ายหรือใช้อาวุธปืน มีวงรอบการตรวจค้น ผู้ต้องหาให้การอย่างไรก็ได้ ตำรวจต้องดำเนินการป้องกันทุกมิติ ส่วนคิดว่าโกหกหรือไม่ อยู่ระหว่างประสานข้อมูล ส่วนเรื่องทหารนั้น กองทัพเรือและภูธร จ.ชลบุรี ตรวจสอบ ใครจะว่า เราอาจจะไม่รู้ กรุงเทพมหานครต้องยกการ์ดสูง เราต้องป้องกันกรุงเทพให้ปลอดภัยให้เหตุกราดยิงไม่เกิดขึ้น