ตำรวจแจ้งข้อหา “ทหารเรือ-พลเรือน” รวม 5 คน โยงค้าปืนไรเฟิลจู่โจม M4 ให้ “หนุ่มจีน” ยังให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้แสดงความบริสุทธิ์ในชั้นศาล
วันที่ 11 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าคดี นายหมิงเฉิน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน ที่ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ พบอาวุธปืนพกสั้นในรถ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ก่อนขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ร่วมขบวนการค้าอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก ที่พบภายในบ้านผู้ต้องหา ได้รวม 5 คน
ประกอบด้วย นายคเชนทร์ อายุ 47 ปี ครูฝึกสนามยิงปืนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี, นายจำลอง อายุ 51 ปี พลเรือนบัญชีม้า, “จ่าเม” หรือ พ.จ.อ.เมธี สังกัดกองทัพเรือ, จ่าบอย อายุ 43 ปี สังกัด กองการบินทหารเรือ, พ.จ.อ.ปฐมพล “จ่าแหบ” อดีตข้าราชการกองทัพเรือ
สำหรับ แนวทางการสอบสวนสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีบันทึกคำให้การ มีพฤติการณ์ ดังนี้ นายหมิงเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีน ได้เข้ามายิงปืนที่สนามยิงปืนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา และได้มารู้จักกับ นายคเชนทร์ ครูฝึกสนามยิงปืน จึงได้แลกเปลี่ยนไลน์กัน
...
จากนั้น นายหมิงเฉิน ได้ส่งภาพถ่ายอาวุธปืนให้นายคเชนทร์ดู และแจ้งให้ติดต่อหาซื้ออาวุธปืนดังกล่าวให้ นายคเชนทร์ ติดต่อมาที่ พ.จ.อ.เมธี พร้อมส่งภาพอาวุธปืนให้ดู และแจ้งให้หาอาวุธปืน จากนั้น พ.จ.อ.เมธี ได้ติดต่อไปยัง พ.จ.อ.ปฐมพล ให้หาอาวุธปืนที่ นายหมิงเฉิน จะซื้อ พ.จ.อ.ปฐมพล จึงติดต่อไปยัง จ.อ.วัชรินทร์ ให้หาอาวุธปืนดังกล่าว
ต่อมา พ.จ.อ.ปฐมพล แจ้ง พ.จ.อ.เมธี ว่ามีอาวุธปืนที่ นายหมิงเฉิน จะซื้อ พร้อมทั้งแจ้งราคา 200,000 บาท พ.จ.อ.เมธี จึงนัดหมาย นายคเชนทร์ และ นายหมิงเฉิน ให้ไปพบกันที่ร้านแห่งหนึ่งใน ม.1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งนายคเชนทร์ ขับขี่รถยนต์พา นายหมิงเฉิน ไปพบ พ.จ.อ.เมธี
จากนั้น พ.จ.อ.เมธี ได้ขับรถยนต์นำพาต่อไปที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ซอยเย็นฤดี - บ่อนไก่ 20 ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จุดที่นัดหมายซื้อขายอาวุธปืน นายหมิงเฉิน ได้ตรวจสอบอาวุธปืนแล้วจึงตกลงซื้อ จากนั้น ได้โอนเงินให้ พ.จ.อ.ปฐมพล จำนวนเงิน 100,000 บาท และโอนเงินให้ นายจำลอง จำนวน 100,000 บาท นายจำลอง เมื่อรับโอนเงินมาแล้วได้โอนเงินคืนให้กับ พ.จ.อ.ปฐมพล จำนวน 100,000 บาท จากนั้น พ.จ.อ.ปฐมพล มอบเงินสดให้กับนายจำลอง เป็นค่าใช้บัญชี จำนวน 500 บาท และมอบเงินสดให้ พ.จ.อ.เมธี จำนวน 9,000 บาท และโอนเงินให้ นายคเชนทร์ จำนวน 20,000 บาท จากนั้น นายหมิงเฉิน ได้โอนเงินเป็นค่าช่วยหาซื้ออาวุธปืนให้ นายคเชนทร์ อีกจำนวน 10,000 บาท และ พ.จ.อ.ปฐมพล ได้โอนเงินค่าจำหน่ายปืนให้กับ จ.อ.วัชรินทร์ จำนวน 170,000 บาท
ทั้งนี้ พ.ต.ท.สินสมุทร บุญทัศนา สว.สส.ได้แจ้งพฤติการณ์ และการกระทำของผู้ถูกกล่าวว่า เป็นความผิดฐาน “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครอง และร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต” และได้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบว่า ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ถ้าให้การคำให้การของผู้ต้องหานั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ต้องหามีสิทธิ์ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำตนได้
เบื้องต้น ผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหา และเข้าใจดีโดยตลอด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอต่อสู้แสดงความบริสุทธิ์ในชั้นศาล.