พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี ขยายผลสางปมหนุ่มจีนซุกคลังแสง พร้อมระเบิดซีโฟร์ ยืนยันตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งประเด็นเรื่องข้อสงสัย เตรียมก่อการร้ายหรือก่อวินาศกรรมหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ป่วยโรคซึมเศร้า
ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน และ นางสาว A, YU-HSIN อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน หลังประสบอุบัติเหตุขับรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน โดยระหว่างตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีน จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยห้วยใหญ่ โดยพบอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง วัตถุระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดขว้าง รวมจำนวน 10 ลูก ตลอดจนอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อ 16.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว โดยระหว่างก่อนเริ่มการประชุม ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าคดีกับเจ้าหน้าที่ โดย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
กรณีจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนในความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถตรวจสอบเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจัดหาอาวุธปืนให้แก่ผู้ต้องหาได้แล้ว ทั้งผู้รับเงิน และผู้จัดหาปืน
ส่วนกรณีวัตถุระเบิดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลทางเทคนิค และติดตามความเชื่อมโยงไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในส่วนที่พบความเกี่ยวข้องกับบุคคลในหน่วยงานราชการ ได้มีการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้วว่า ผู้ต้องหาได้มาซึ่งอาวุธได้อย่างไร
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลทางดิจิทัล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างรอบด้าน พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนที่มาของอาวุธและวัตถุอันตรายต่าง ๆ รวมถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมหรือการปฏิบัติการในลักษณะสายลับ โดยจะเร่งติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งประเด็นเรื่องข้อสงสัยว่าผู้ต้องหามีแผนจะก่อการร้ายหรือก่อวินาศกรรมหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ป่วยโรคซึมเศร้า
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยทางจิตของผู้ต้องหา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้านสุขภาพจิตอย่างละเอียด โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักจิตวิทยาร่วมประเมินอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักกฎหมาย และหลักการแพทย์ อย่างไรก็ตาม จากลักษณะการครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และอุปกรณ์อันตรายจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ แม้พบว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยใด ๆ ก็ไม่ใช่ข้อยุติแห่งการกระทำผิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้าสืบสวนสอบสวน ขยายผล และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ส่วนอาวุธปืน และวัตถุสงคราม ตอนนี้ยังไม่อยากให้ระบุว่าเป็นของหน่วยงานไหน ซึ่งหากมีหลักฐานปรากฏแน่ชัดก็จะเปิดเผยออกมา คงไม่สามารถปกปิดได้ ตอนนี้ไม่ได้ปักใจเชื่อในคำให้การของตัวผู้ต้องหา เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องสืบสวนให้ครบทุกมิติ หากประชาชนมีเบาะแสก็สามารถแจ้งมาในทางลับก็ได้
ส่วนเรื่องสัญชาตินั้นเจ้าตัวถือสองสัญชาติทั้งจีน และโดมินิกัน ซึ่งก็เป็นไปในลักษณะของคนจีนที่มักจะถือสองสัญชาติแบบนี้เพื่อการหลบเลี่ยง ส่วนบัตรชมพู ที่เป็นบัตรต่างด้าว ก็เหมือนคนต่างด้าวทั่วไปเซ็นรับรอง เป็นล็อตๆ ไม่ได้มีกรณีพิเศษแต่อย่างใด ส่วนที่แชร์ในโลกออนไลน์นั้นเป็นข่าวเฟกนิวส์
...