ตำรวจ ปคบ.บุกทลายโกดัง ปุ๋ยทุเรียนเถื่อน ย่านสมุทรปราการ พบมีนายทุนเป็นชาวเวียดนาม นำบุคคลคล้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญ มาโฆษณาสินค้าว่าเป็น “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” ผ่านแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, Facebook และ Lazada ยึดปุ๋ยปลอมกว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผกก.(สอบสวน)ฯ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.วิศรุต บางน้ำเค็ม, รอง ผกก.2 บก.ปคบ., พ.ต.ท.พงษ์พนา กรีฑา สว.กก.2 บก.ปคบ. นำกำลังร่วมกับ นายเมธาสิทธิ์ คนการ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เข้าตรวจค้น โกดังเก็บสินค้า ในพื้นที่ ม.4 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
 
ตรวจยึดปุ๋ยทุเรียนเถื่อน กว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

...



    
การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.ปคบ.สืบสวนจากช่องทางออนไลน์พบเบาะแสว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, Facebook และ Lazada มีการโฆษณาสินค้าเน้นสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็น “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” เหมาะสำหรับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ทุเรียน ขนุน พริกไทย ส้ม แตงโม และมะม่วง แต่เนื้อหาการตลาดจะเน้นหนักไปที่สวนทุเรียน ตามกระแสฤดูกาล โดยใช้ข้อความชวนเชื่อเกี่ยวกับการเร่งลูก เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มเปอร์เซ็นต์เนื้อ และเพิ่มคุณภาพผลผลิต 
     
นอกจากนี้ยังพบว่าการโฆษณาขายสินค้า ยังมีการนำเสนอในลักษณะคล้ายมี “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรออกมาให้การรับรองสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อจูงใจให้เกษตรกรตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทดลองสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมส่งตรวจวิเคราะห์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบพบข้อสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นปุ๋ยที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายเป็นปุ๋ยปลอมเนื่องจากไม่ผ่านการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานรัฐ จึงเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์ปุ๋ยจำนวนมากรวม 8 รายการ รวมทั้งสิ้นกว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท 
    
สำหรับสินค้าที่พบบรรจุอยู่ในกระปุก จำหน่ายในราคากระปุกละ 575 บาท มียอดจัดส่งอยู่ที่ประมาณ 300 ออเดอร์ต่อวัน ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบแผ่นสติ๊กเกอร์ฉลากภาษาไทยจำนวนมาก ที่เตรียมไว้สำหรับติดบนบรรจุภัณฑ์สินค้า ก่อนนำออกจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ โดยพนักงานผู้ทำหน้าที่นำตรวจค้น ให้ข้อมูลว่า การบริหารจัดการคำสั่งซื้อและระบบจัดส่งสินค้าบางส่วน ดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลชาวเวียดนาม หลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงเพิ่มเติมต่อไป




 จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมด พบว่าเป็นสินค้าที่ “ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน” ตามกฎหมายว่าด้วยปุ๋ย ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสูตร ส่วนประกอบ หรือมาตรฐานคุณภาพจากหน่วยงานรัฐ ในทางกฎหมายอาจเข้าข่ายเป็น “ปุ๋ยปลอม” ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ปลอมห้ามมิให้ผู้ใดผลิต เพื่อการค้า ขาย หรือนำเข้าปุ๋ย(1)ปุ๋ยปลอม ทั้งนี้เจ้าพนักงานสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีและขยายผลกับผู้ที่กระทำผิด ตามกฎหมายต่อไป

...