แม่ตัวจริงของเด็กวัย 3 ขวบ โผล่ โต้ขายลูก ยันไม่เกี่ยวข้องกับการสลับตัวเด็ก บอกตัวเองก็ถูกหลอก หลังจากนี้ ช่วยกันดูแล ก่อนส่งคืนให้แม่ตัวจริง ขณะที่เด็กอีกคน ยังไม่รู้ว่าพี่เลี้ยงนำไปไว้ไหน

จากกรณี แม่ใจสลาย ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยตามหาลูกแท้ๆ ถูกพี่เลี้ยงสลับตัว เอาลูกคนอื่นมาให้เลี้ยงนาน 3 ปี รู้ความจริง จากแชตสาวปริศนา ที่อ้างว่าเป็นแม่ของเด็กที่เลี้ยงอยู่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด 16.30 น. วันที่ 8 พ.ค.69 นางปวีณา หงสกุล มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เชิญตัว นางสาวมยุรี หรือ จอย อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย และ นางสาวจริยา หรือ เมย์ อายุ 24 ปี แม่แท้ๆ ของ น้องเอ (นามสมมติ) วัย 3 ขวบ (เด็กที่ถูกสลับตัวมา) มาพบกันที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพูดคุย สอบถามถึงข้อเท็จจริง ในเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางในการเลี้ยงดูเด็กในอนาคต โดยมี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.ชูศักดิ์ ปิ่นรัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) นางสาวสุทธินี นุชนารถ หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ ชลบุรี นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง นายพีรพงศ์ สามปรุ ปลัดอำเภอบางละมุง ประชุมร่วมกัน

น.ส.เมย์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเรื่อง คือ หลังจากคลอดลูกได้ประมาณ 2 เดือน (คลอดเดือน พ.ย. ปี 66) ตนเองได้โพสต์หาคนอุปการะลูกสาว ผ่านกลุ่มหนึ่งในเฟซบุ๊ก ต่อมาได้มีบุคคลหลายคนติดต่อมา รวมทั้ง น.ส.ส้ม ด้วย โดย น.ส.ส้ม อ้างว่า น้องสาวแท้ๆ มีคู่รักทอมอยู่ประเทศเกาหลี ต้องการมีลูกมากๆ แต่มีลูกไม่ได้ อยากอุปการะเลี้ยงดูบุตรของตน ด้วยที่ขณะนั้นตนเองอายุประมาณ 21 ปี เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่มีความคิดมากนัก ประกอบกับแพนิก ซึมเศร้า จึงตัดสินใจยกลูกให้ไป โดยคิดว่าให้ครอบครัวที่ดีกว่าเป็นผู้ดูแลเด็ก โดยมีข้อแม้ว่า ตนจะต้องติดต่อลูกได้ตลอด รับรู้ทุกการเติบโต และความเป็นอยู่ของเด็ก หลังจากตกลงเพียง 2 วัน น.ส.ส้ม ก็เดินทางมารับตัวเด็กไป

...

ในตอนแรก น.ส.ส้ม ก็ส่งรูปเด็กให้อยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังวิดีโอคอลไปหาได้ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 5 เดือน น.ส.ส้ม ขาดการติดต่อไป ตนจึงนำชื่อไปค้นหาในเฟซบุ๊ก จนพบว่า เฟซบุ๊กของ น.ส.จอย มีรูปลูกของตนอยู่ เชื่อว่า น.ส.จอย คือน้องสาวแท้ๆ ของ น.ส.ส้ม ที่อุปการะเด็กไป จึงรีบติดต่อไปดังกล่าว หลังจากพูดคุยกันทำให้ทราบว่า น.ส.จอย ก็ถูก น.ส.ส้ม หลอกเช่นกัน เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏขึ้น น.ส.ส้ม ได้โทรมาข่มขู่ ด่าทอ ด้วยความโมโห ที่ตนนั้น ทำให้ความลับเรื่องการสลับตัวเด็กเปิดเผยดังกล่าว ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่เคยรู้เรื่องและไม่เกี่ยวข้องกับการสลับตัวเด็ก


ส่วนกรณีที่ว่า มีการซื้อขายเด็กในราคา 10,000 บาท นั้น ตนขอชี้แจงว่า ไม่ใช่การซื้อขาย แต่ น.ส.ส้ม ได้ปิดหนี้นอกระบบให้ตนจำนวนประมาณ 5,500-6,500 บาท และจะให้เงินไปเช่าห้องอีกในภายหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ให้เงินเช่าห้อง ซึ่งตนไม่ได้รับเงินจาก น.ส.ส้ม แต่อย่างใด

สำหรับแนวทางการเลี้ยงดูเด็ก น.ส.เมย์ แม่แท้ๆ ของน้องได้ตกลงกับ น.ส.จอย ผู้เสียหายว่า ในช่วงแรกจะร่วมกันเลี้ยงดูน้องไปก่อน โดยน้องจะอยู่ในความดูแลของ น.ส.จอย ก่อน และค่อยๆ สลับไปอยู่กับ น.ส.เมย์ เพื่อสร้างความคุ้นชินให้แก่เด็ก เนื่องจากเปลี่ยนผู้เลี้ยงกะทันหัน อาจทำให้ตัวเด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งทุกกระบวนการย้ายที่อยู่ และการดูแลเด็ก อาทิ ความเหมาะสมของที่อยู่อาศัย ความปลอดภัย หัวหน้าครอบครัว ผู้ปกครอง มีศักยภาพพอหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ พม. จะเข้าไปคอยคุมและตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแก่ตัวเด็กในภายหลัง

ด้าน นางปวีณา หงสกุล ได้กล่าววิงวอนให้คนที่พาเด็กไป ขอให้นำเด็กมาคืนสู่อ้อมกอดแม่ สงสารแม่ อย่าแยกลูกแยกแม่กันเลย หากพลเมืองดีมีเบาะแสช่วยติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ เบอร์โทรศัพท์ 098-478-8991, 081-890-1355 ขอขอบคุณ ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกันประชาสัมพันธ์ จนกระทั่งแม่ของเด็กได้ติดต่อเข้ามา ทำให้เจอแม่ที่แท้จริง มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามหาตัวเด็กอย่างต่อเนื่อง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ นางสาววิสุดา หรือส้ม พี่เลี้ยงเจ้าปัญหานั้น หลังจากมีคำพิพากษา ทางญาติได้ทำการยื่นขอประกันตัว แต่สุดท้ายแล้วทางศาลจังหวัดพัทยา ไม่ให้ประกัน จึงถูกจับขังเข้าเรือนจำพิเศษพัทยา