เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวนักโทษชาย หนีออกจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี ขณะออกมาฝึกอาชีพ วงจรปิดจับภาพได้ พบกระบะติดคอก ถอดป้ายทะเบียน มารอรับตัว
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นช.เสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังชายหลบหนีออกจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อช่วงสายของวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบเรือนจำอำเภอธัญบุรี แม้ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชน แต่จากการสอบถามเยาวชนในพื้นที่ใกล้เคียงระบุว่า เส้นทางที่คาดว่านักโทษใช้หลบหนีคือถนนข้างเรือนจำ ซึ่งสอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวดังกล่าว หลักฐานจากกล้องวงจรปิด เมื่อเวลา 10.38 น. ของวันเกิดเหตุ พบรถกระบะสีดำเทา ลักษณะถอดป้ายทะเบียนและติดตั้งคอกสูง ขับมาจากถนนรังสิต-นครนายก มุ่งหน้าไปยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี ก่อนจะกลับรถบริเวณหน้าประตูระบายน้ำคลอง 6 แล้วถอยรถเข้าไปภายในซอยด้านหลังเรือนจำ
...
ต่อมาในเวลา 10.41 น. รถคันดังกล่าวได้ขับออกจากซอยด้วยความรวดเร็ว มุ่งหน้ากลับออกไปทางถนนรังสิต-นครนายก โดยใช้เวลาอยู่ในซอยเพียง 3 นาทีเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า รถกระบะคันดังกล่าวอาจเป็นพาหนะที่เตรียมมาเพื่อรับตัว นช.เสกสรร รูปทอง ขณะถูกนำออกมาปฏิบัติงานกองนอกก่อนจะพากันหลบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อติดตามตัวนักโทษชายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ กรมราชทัณฑ์ แจกเอกสารชี้แจงกรณีกรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจาก เรือนจำอำเภอธัญบุรี กรณีผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างออกฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. เวลาประมาณ 10.47 น. โดยผู้ต้องขังรายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายเสกสรร รูปทอง อายุ 37 ปี 10 เดือน ซึ่งต้องโทษในฐานความผิดต่อร่างกาย และเหลือโทษจำคุกอีก 23 วัน (กำหนดพ้นโทษในวันที่ 30 พ.ค. 2569) เป็นกลุ่มผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษไม่สูงและถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงได้รับการคัดเลือกออกมาฝึกทักษะวิชาชีพภายนอกเรือนจำ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยพฤติกรรมในการหลบหนีได้อาศัยช่วงเวลาระหว่างออกฝึกวิชาชีพบริเวณด้านหน้าเรือนจำ เดินหลบหนีออกทางด้านหลังของร้านกาแฟเรือนจำ ก่อนขึ้นรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพื่อหลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุ กรมราชทัณฑ์กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนปฏิบัติการพิเศษ และเรือนจำอำเภอธัญบุรี ได้เร่งประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขังรายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องขังรายดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี โทรศัพท์หมายเลข 083 074 1060, 02 577 2341 หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง