“สายไหมต้องรอด” พาเหยื่อ “อ.แก้กรรม” ยื่นหนังสือขอคุ้มครองพยาน หลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตั้งข้อสังเกตพฤติการณ์อ้างนิมิต อาจใช้ข้อมูลหนังสือรุ่นหลอกเหยื่อ  

วันที่ 8 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอ (นามสมมติ) นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหายถูกอาจารย์ไสยเวทย์ชื่อดังใน จ.ลำพูน “อมมังกรแก้กรรม” เข้ายื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัย หลังเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่กองบังคับการปราบปราม และคาดว่าพนักงานสอบสวนเตรียมจะขออนุมัติศาลออกหมายจับในเร็วๆ นี้ จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะผู้ก่อเหตุมีลูกศิษย์จำนวนมากทุกสาขาอาชีพตั้งแต่ ดารา นักแสดง พิธีกร ข้าราชการทหาร ตำรวจ จึงประสงค์ร้องขอให้ทางกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ช่วยคุ้มครองพยาน โดยมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิฯ ลงมารับเรื่องร้องทุกข์

โดย นายเอ ผู้เสียหายในคดี เล่าว่า ที่มาร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมคุ้มครองพยาน เพราะอาจารย์คนดังกล่าวมีลูกศิษย์ราว 100,000 คนที่อยู่ในกลุ่ม Facebook อีกทั้งยังมีลูกศิษย์ที่เป็นคนใหญ่คนโต เป็นแพทย์ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และเป็นดาราศิลปินอีกด้วย จึงกังวลความปลอดภัยตัวเอง

เพราะหลังจากเป็นข่าวมันก็ค่อนข้างมีผลกระทบต่อจิตใจเราพอสมควร ตอนกลางคืนตนยังนอนร้องไห้กับแม่ ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเลย ตนเคยคิดที่อยากจะทำร้ายตัวเอง แต่เชื่อว่าหากทำไปแล้ว มันก็จะเป็นบ่วงกรรม นอกจากนี้ การที่ตนเลือกที่จะเปิดโปงข้อเท็จจริง ก็เพราะว่าอาจารย์คนนี้มีการเอาศาสตร์มาบังหน้า หากตนไม่ออกมาพูด เขาอาจไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกได้

...


ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เสริมว่า สถานะทางคดีล่าสุดทราบว่าทางพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากวานนี้ ทางพนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายไปหลากหลายประเด็น

อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ร้องทุกข์มายังตนให้รับทราบ มีทั้งหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง ไหนจะพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายถูกกระทำทางเพศนอกตัวอาคารอีกด้วย ตนจึงขอให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ ซึ่งตนจะได้ประสานให้เขาเข้ามาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ซึ่งก็ทราบว่ามีผู้เสียหายบางรายที่ประสงค์มาเป็นพยานให้กับผู้เสียหาย นายเอ ด้วย

นายเอกภพ เล่าเพิ่มว่า มีเคสหนึ่งเป็นนักศึกษาชายอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ได้เขียนชื่อเขาให้คนไปแก้กรรม จากนั้นก็มีคนแปลกหน้ามาหาผู้เสียหายที่บ้าน คล้ายมาคุกคาม บอกว่าเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวร ให้ไปแก้กรรม เอาคนแก่ไปกราบขอขมา ซึ่งผู้เสียหายรู้สึกไม่โอเค กระทั่งผู้เสียหายตัดสินใจไปหาอาจารย์รายนี้ที่สำนัก เพื่อไปขอทราบข้อเท็จจริง ว่าทำไมคุณถึงให้คนมากราบไหว้เขาเยอะแยะ แต่อาจารย์รายนี้ก็บอกว่า ก็ทางผู้เสียหายเป็นเจ้ากรรมนายเวร อ้างว่าเห็นในนิมิต มีการบอกชื่อเพื่อนของผู้เสียหายถูกต้องด้วย เพราะทางอาจารย์มีการเอ่ยชื่อเพื่อนออกมา 3 ชื่อ ทางผู้เสียหายจึงไปทบทวนตัวเองว่าทำไมชื่อเพื่อนของตนนั้น ถึงปรากฏให้คนอื่นทราบได้ จึงไปเจอในหนังสือรุ่น เพราะมีชื่อเล่นปรากฏ เลยคาดว่าเขาอาจจะได้ข้อมูลมาจากสิ่งเหล่านี้ และเมื่อนักศึกษาชายรายนี้ไปพบที่สำนัก ก็มีลักษณะที่จะก่อเหตุคล้ายกับที่ นายเอ โดนเช่นกัน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะได้นัดผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้มาพูดคุยเรื่องรายละเอียดต่อไป 

ด้าน นายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียหายมีความเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย ทางสำนักงานคุ้มครองพยาน จะไม่ปล่อยให้เกิดการข่มขู่คุกคามเกิดขึ้นแน่นอน