ตำรวจสิชล ตามจับพี่เมียวัย 61 ปี รัวยิง “น้องเขย” ดับคาสวนปาล์ม รับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน ซีเรียลนัมเบอร์กระสุนที่พบในบ้าน ตรงกับปลอกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ยอมบอกสาเหตุ
จากกรณีนายสุเชษฐ์ อายุ 57 ปี ถูกคนร้ายดักยิงจนเสียชีวิต เกิดเหตุในสวนปาล์ม ม.10 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุและพบศพเมื่อตอนค่ำของวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา สภาพศพถูกพบมีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .380 เข้าขมับขวา 1 นัด กระสุนทะลุ และหน้าอกซ้าย 3 นัด มีปลอกกระสุนหล่นในที่เกิดเหตุ 1 ปลอก พร้อมเครื่องตัดหญ้าของผู้ตายที่ตกอยู่ข้าง ๆ
สอบสวนทราบว่านายสุเชษฐ์ ผู้ตาย เป็นเจ้าของสวนปาล์มที่เกิดเหตุ มีภรรยา 2 คน จึงมักจะไปมาระหว่างบ้านสองหลัง ก่อนเกิดเหตุขับรถออกจากบ้านเมียหลวงไปตัดหญ้าในสวนปาล์ม พอใกล้ค่ำ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ สะพายเครื่องตัดหญ้าเพื่อจะกลับบ้าน แต่ถูกคนร้ายดักรัวยิงจนเสียชีวิต ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากปัญหาในครอบครัวและหนี้สิน ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สิชล ได้เบาะแสคนร้าย จึงนำกำลังบุกจับกุมนายทวีคูณ อายุ 61 ปี พี่ชายของเมียหลวง ซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุแค่ 200 เมตร จากนั้นควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก
...
สืบเนื่องจาก การตรวจสอบทุกเส้นทางเข้าออกไม่พบรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ในช่วง 10 ชม. ก่อนเกิดเหตุเลย จึงมั่นใจว่าคนร้ายจะต้องเป็นคนในละแวกใกล้เคียง และมีผู้ต้องสงสัยเพียง 1 คน คือบ้านของ นายทวีคูณ เพราะหลังพบศพ ตำรวจได้มาสอบถามที่บ้านของนายทวีคูณ แต่นายทวีคูณและคนในบ้านให้การแบบมีพิรุธ โดยอ้างว่าไม่ได้ยินเสียงปืนเลย เพราะเปิดเครื่องเสียงดัง ทั้งที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 200 เมตรเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายค้นบ้านนายทวีคูณ จนพบกระสุนกล่องบรรจุกระสุนปืนขนาด .380 ซึ่งเป็นกระสุนขนาดเดียวกับที่คนร้ายใช้ยิงผู้ตาย ในกล่องมีกระสุนอยู่ 10 นัด วางอยู่ในตู้ลิ้นชักภายในบ้านของนายทวีคูณ เมื่อตรวจสอบซีเรียลนัมเบอร์ หรือตัวเลขปลอกกระสุน พบว่าตัวเลขตรงกับปลอกที่ตกในที่เกิดเหตุ และตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี และเชิญ นายทวีคูณ มาสอบสวนที่โรงพัก
เบื้องต้นนายทวีคูณ จำนนต่อหลักฐานจึงให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยิงผู้ตายจริง แต่ไม่ยอมให้ปากคำเรื่องอื่นเพิ่ม โดยอ้างขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จึงแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุกับนายทวีคูณ อย่างน้อย 1 คน ซึ่งจะมีการสืบสวนขยายผลต่อไป