รวบหนุ่มวัย 23 อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตึก 25 ชั้นที่ปอยเปต หลังหนีกลับมาไทย หัวหมอวางแผนรับงานเอง โทรหลอกเหยื่อที่เคยคุยชวนลงทุนต่อเนื่อง จนสูญเงิน 8.6 ล้านบาท
วันนี้ 7 พ.ค. 69 ตำรวจสืบสวน 2 บก.สส.ภาค 6 นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสวรรคโลก ที่ จ.37/2569 ลงวันที่ 5 พ.ค. 69 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ”
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 กับพวก เร่งคลี่คลายคดี หลังจากวันที่ 11 ก.พ.2569 พนักงานสอบสวน สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายว่า ถูกคนร้ายอ้างว่า เป็นนายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชักชวนให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ โดยโอนเงินเข้าแอปเพื่อส่งเสริมสินค้าให้กับทางร้าน จากนั้นจะได้ผลตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปรวมเป็นจำนวน 90 กว่าครั้ง เพื่อให้ทำรายการถอนเงินได้ แต่เมื่อครบแล้ว คนร้ายได้หลอกให้โอนค่าภาษีและค่าทำธุรกรรมในการถอนเงินอีกหลายครั้ง และโอนเรื่อยมา เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือน ก.ย.67 จนถึงเมื่อวันที่ 25 ม.ค.69 รวมเป็นจำนวน 187 ครั้ง ระยะเวลาเกือบ 2 ปี มูลค่าความเสียหาย 8,605,788.86 บาท
ต่อมา คนร้ายยังให้ผู้เสียหายโอนเงินให้เพิ่มอีก ผู้เสียหายไปปรึกษากับลูกชาย จึงทราบว่าถูกหลอกลวงเอาเงิน และแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2ฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2ฯ นำโดย พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน 2ฯ กับพวกทำการสืบสวนขยายผลเพื่อหาบุคคลผู้กระทำความผิด
...
กระทั่งพนักงานสอบสวน สภ.สวรรคโลก สามารถออกหมายจับ และเข้าจับกุม นายนพรัตน์ ผู้กระทำความผิดไว้ได้
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนพรัตน์ ผู้ต้องหา สารภาพว่า ต้นปี 2567 ตัวเองทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตึก 25 ชั้น เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยทำหน้าที่เป็นแอดมินหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งหลอกแต่ละครั้งเหยื่อทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของที่ทำงาน (แก๊งคอลฯ) โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ต่อมายังรับมอบโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อรายนี้ จึงโทรหลอกลวงเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อมานายจ้างเริ่มบ่ายเบี่ยง ไม่จ่ายค่าจ้างให้เหมือนเดิม ตนก็เห็นโอกาสในการหาเงิน จึงนำบัญชีธนาคารของตนเอง ไปรับเงินจากเหยื่อแทนบัญชีของแก๊งคอลฯ จากนั้นก็หนีออกมาจากที่ทำงาน เมื่อช่วงเดือน ม.ค. 2568 เพื่อกลับไทย โดยยังนำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวกลับมาด้วย ตนจึงโทรหลอกลวงผู้เสียหายต่อ และให้โอนเงินมาให้ที่บัญชีธนาคารของตนนานนับปี
กระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตนพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อหลอกลวงเงินอีก แต่ตนเริ่มรู้ว่าเหยื่อรู้ตัวแล้ว จึงลบข้อมูลในโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวออก หลังจากนั้นบัญชีธนาคารถูกอายัด พร้อมลบแอปพลิเคชันธนาคารออก แล้วล้างเครื่อง ก่อนนำโทรศัพท์ไปให้ผู้อื่นใช้งาน ตนยอมรับว่าเป็นคนหลอกลวงเหยื่อจริง เงินของผู้เสียหายก็นำไปใช้หมดแล้ว