ด่วน ตำรวจอยุธยา รวบแล้ว ผู้ต้องสงสัยฆ่าชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ ทิ้งศพกลางทุ่งนา หนีกบดานห้องเช่าใกล้บ้านผู้ตาย อ้างปมขัดแย้งเรื่องโทรศัพท์ที่คนตายฝากไปซ่อม 400 บาท ฉุนถูกทวงถาม
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบศพคนขับรถแท็กซี่ ถูกทำร้ายเสียชีวิต ทิ้งร่างกลางทุ่งนา ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน–บางบัวทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร
โดยในที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง หมายเลขทะเบียน 5ขจ-7304 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดประตูทิ้งไว้ และพบศพ นายประหยัด บุทอง อายุ 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ คาดถูกลวงมาจากพื้นที่อื่นทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ใช้เวลานานกว่า 2 ชม. โดยมีการนำข้อมูลทางเทคโนโลยี ข้อมูลการสอบสวน พยานมาตรวจสอบ
พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า หลังได้รับสั่งการจาก พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ให้ติดตามคดี จึงมาประชุมความคืบหน้าคดี ซึ่งจากการไปลงตรวจสอบที่เกิดเหตุก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอยู่ในที่เปลี่ยว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขับรถแท็กซี่ป้ายดำในย่านบ้านพักจังหวัดปทุมธานี ส่วนภรรยาขายดอกไม้ พวงมาลัย ที่จังหวัดปทุมธานี เช่นกัน
ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภรรยาติดต่อได้ตั้งแต่ช่วงเช้า จนกระทั่งเวลา 2 ทุ่ม ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนมีผู้มาพบศพเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม
สภาพศพพบบาดแผลที่หน้าผากยาว 8 เซนติเมตร แพทย์ระบุว่าเป็นแผลที่ทำให้ถึงแก่ความตาย มีร่องรอยต่อสู้ที่บริเวณเบาะด้านหน้า ทั้งฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสาร อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นของแข็งมีคม ซึ่งไม่พบในที่เกิดเหตุ
ทรัพย์สินที่สูญหายไป มีโทรศัพท์ 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน และเงินสด 2,000 บาท นอกจากนี้ยังพบบัญชีธนาคารออมสิน 2 บัญชี และบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายอยู่ในรถด้วย ธุรกรรมทางการเงินก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด จึงตั้งประเด็นว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ความกดแค้นส่วนตัวจะมีน้ำหนักเบาลงมา
ได้ประชุมมอบหมายงานให้ฝ่ายสอบสวน สืบสวนภูธรภาค 1 สืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสืบสวน สภ. ช้างใหญ่ ให้ลงพื้นที่ไปทำงาน เบื้องต้นยังไม่รู้ตัวคนร้าย อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ภายใน 2-3 วัน น่าจะมีความคืบหน้า
จากการสอบสวนพยานทราบว่า เนื่องจากเป็นแท็กซี่ป้ายดำจึงมีลูกค้าแท็กซี่ขาประจำที่เป็นคนต่างด้าว ซึ่งผู้ตายก็พร้อมเสี่ยงที่จะรับผู้โดยสารไปส่ง เพราะมีรายได้ค่อนข้างดีกว่าปกติ แต่ก็ไม่ตัดประเด็นเรื่องผู้โดยสารขาจร
จากการตรวจสอบเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลายนิ้วมือแฝง เส้นผมเส้นขน ซึ่งเป็นตัวอย่างดีเอ็นเอที่ต้องนำไปตรวจสอบ
จากหลักฐานที่เกิดเหตุพอจะอนุมานได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะมาจอดรถคุยกันแล้วคนลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ และมีความเป็นไปได้ว่า คนร้ายอาจไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เหยื่อเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ชุดสืบสวนจะต้องลงพื้นที่หาข้อมูลว่า ผู้โดยสารรับคนร้ายมาจากที่ใด หลังเกิดเหตุใครออกจากที่เกิดเหตุไปไหนบ้าง ถ้าคนร้ายมอบตัวก็ดีโทษหนักจะได้เป็นเบา แต่ถึงจะหลบหนีก็ไม่รอดยังไงก็ถูกจับกุมอยู่ดี ฉะนั้นมามอบตัวจะดี
...
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดคดีฆาตกรรมคนขับรถแท็กซี่ชิงทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว
โดยผู้ต้องสงสัย รายนี้ คือ นายนาราธร พลายแก้ว ถูกจับกุมได้ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพักของผู้เสียชีวิต
จากการซักถามเบื้องต้น นายนาราธร ให้การอ้างว่า สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องโทรศัพท์มือถือ โดยผู้เสียชีวิตได้ไหว้วานให้ตนนำโทรศัพท์ไปซ่อม พร้อมจ่ายเงินให้จำนวน 400 บาท แต่เมื่อถูกทวงถาม ตนจึงเกิดความไม่พอใจ และโกรธแค้น ก่อนจะวางแผนลวงผู้เสียชีวิตออกไปก่อเหตุทำร้ายจนเสียชีวิต
ภายหลังเกิดเหตุ ได้หลบหนีไปกบดานในพื้นที่ใกล้เคียง กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายนาราธร มาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อขยายผลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี