เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน ฉกเงินสด 2,000 บาท ก่อนตัดสายน้ำเกลือตัวเองหนี พบประวัติเพิ่งพ้นโทษเมื่อต้นปี ผกก.สภ.บ้านฝางสั่งเร่งล่าตัวดำเนินคดี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวงจรปิดภายในห้องรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลบ้านฝาง บันทึกเหตุการณ์คนร้ายในคราบผู้ป่วยด้วยกัน ฉกเงินสดจำนวน 2,000 บาท ในกระเป๋าสีแดงของผู้ป่วย ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วตัดสายน้ำเกลือตัวเองหลบหนีไปพร้อมกับเงินผู้เสียหายลอยนวล พร้อมข้อความระบุว่า “ขออนุญาตเตือนภัยค่ะ บุคคลในภาพนี้เป็นมิจฉาชีพในคราบผู้ป่วยเข้ามาขโมยเงินของตาเชยที่เป็นผู้ป่วยในเหมือนกัน วันเกิดเหตุวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.20 น. ถ้าพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.บ้านฝางได้ค่ะ”
ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าไปยัง พ.ต.อ.กรภพ เนตรไธสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านฝาง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุลักทรัพย์ภายในโรงพยาบาลบ้านฝาง โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฝาง ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย คือ นายเชย ว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น.
ขณะนั้น นายเชย เข้าพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลบ้านฝาง ได้มีคนร้ายซึ่งภายหลังทราบชื่อคือ นายเดชา ขันอ่อน ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน ก่อเหตุลักเงินสดจำนวน 2,000 บาทไป โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน ก่อนหลบหนีออกจากโรงพยาบาล
...
จากการตรวจสอบและสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านฝาง ทราบว่า นายเดชา เป็นบุคคลในพื้นที่อำเภอบ้านฝาง แต่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ตำบลบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และเคยต้องโทษในเรือนจำจังหวัดอุดรธานี ก่อนพ้นโทษเมื่อต้นปี 2569 จากนั้นได้เร่ร่อนในพื้นที่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ นายเดชาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านฝาง โดยแจ้งแพทย์ว่าถูกทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และเดินเท้ามาจนถึงอำเภอบ้านฝาง ก่อนเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยแพทย์ได้ให้น้ำเกลือและรับไว้เป็นผู้ป่วยใน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พักรักษาตัว นายเดชาได้อาศัยจังหวะลักเงินสดดังกล่าวไป ก่อนตัดสายน้ำเกลือของตนเองและหลบหนีออกจากโรงพยาบาล
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีข้อมูลเบาะแส สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที.