ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก 2 นาวิกฯ น.อ.มนตรี กับ น.ต.เดโช สนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ในคดียิง สส.กมลศักดิ์ คุมตัวยื่นคำร้องต่อศาล ออกหมายขังระหว่างการสอบสวน ค้านประกัน หวั่นหลบหนี ล่าสุดศาลอนุญาตให้ประกันตัววงเงินคนละ 2 แสนบาท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เดินทางมายังห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เพื่อมาสอบสวนปากคำร่วมกับพนักงานสอบสวน หลังจากที่ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หน.กลุ่มงานบริหารบุคคลและส่งกำลังบำรุง กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ให้ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ให้ยืมรถ กอ.รมน.ไปก่อเหตุ ที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนความผิดทางวินัยของต้นสังกัด ตามที่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมทหารทั้ง 2 นาย ซึ่งรวมถึง น.ต.เดโช รัตนพันธุ์ เจ้าหน้าที่การข่าวหน่วยนาวิกโยธิน ในข้อหา จ้างวาน, ตัวการ หรือสนับสนุนพยายามฆ่า มาพบพนักงานสอบสวนที่นัดหมายที่จะเข้าพบในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.อ.มนตรี ได้เดินทางมาถึงแล้วพร้อมทนายความ โดย น.อ.มนตรี มาในชุดข้าราชการนาวิกโยธินสีกากี แต่ยังไม่เห็น น.ต.เดโช รัตนพันธุ์ ซึ่งขั้นตอนหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อกล่าวหา โดยตามขั้นตอนที่มาพบพนักงานสอบสวนสามารถขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนได้ แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญคาดว่า พนักงานสอบสวน จะขอหมายขังส่งตัวผู้ต้องหา ต่อศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อพิจารณาว่าจะให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งศาลจะพิจารณาว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเกี่ยวกับคดีหรือหลบหนีหรือไม่
ทั้งนี้การมาตามหมายเรียกครั้งที่ 1 โดยยังไม่มีการออกหมายจับ จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว และการเข้าพบพนักงานสอบสวนของ น.อ.มนตรี จะเป็นครั้งแรกที่ปรากฏตัวหลังเกิดคดียิง สส.กมลศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา และทางผู้เสียหายเรียกร้องให้ตำรวจตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ 10 หมายเลข ที่เชื่อมั่นว่าเป็นหลักฐานเชื่อมโยงระหว่างทีมยิงกับผู้บงการ
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม น.ต.เดโช ซึ่งเป็น 1 ที่ถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกในครั้งนี้ และได้มีการนัดพนักงานสอบสวนมารายงานตัวในวันเวลาเดียวกับ น.อ.มนตรี แต่พบว่า น.ต.เดโช ยังไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในช่วงเที่ยงของวันนี้แต่อย่างใด ซึ่งหากไม่มาพบตามนัด พนักงานสอบสวนจะพิจารณาในการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือ จะมีการพิจารณาออกหมายจับในครั้งนี้หรือไม่อย่างไรต้องรอสอบถามเพื่อความแน่ชัดอีกครั้ง
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส น.ต.เดโช รัตนพันธุ์ ได้เดินเลี่ยงแอบผู้สื่อข่าวมารายงานตัวกับ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ตามหมายเรียกที่ได้นัดกับพนักงานสอบสวนพร้อมกับ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ ซึ่งพนักงานสอบสวนของตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และพนักงานสอบสวนของตำรวจภูธร ภาค 9 ได้แยกกันสอบสวนคนละห้อง ตามหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
ซึ่งการสอบสวนปากคำทั้ง 2 นาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 5 ชม. และทราบว่าทั้ง 2 นาย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยมีทนายความของทหารทั้ง 2 นาย นั่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งภายหลังสอบสวนแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา สนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และนำตัวทั้งสองคน ขอหมายขังต่อศาลจังหวัดนราธิวาส โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัว
ต่อมา พล.ต.ต.ประยงค์ เปิดเผยว่า ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นไปตามพยานหลักฐานของตำรวจที่รวบรวมไว้ก่อนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ในฐานะผู้เสียหายได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพียงอย่างเดียว
โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และตำรวจได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเดิมผู้ต้องหามาตามหมายเรียกไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี แต่หลังแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนเชื่อว่าจะหลบหนี จึงต้องยื่นคัดค้านการประกันตัว ส่วนผู้ต้องหามีสิทธิยื่นขอประกันตัวด้วย
ขณะที่ทหารทั้งสองนาย ถูกนำขึ้นรถตู้ออกไป โดยใส่หมวก ใส่หน้ากากอนามัยสีดำ โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว และในการให้ปากคำตำรวจ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยทนายความยื่นขอประกันตัววงเงิน 2 แสนบาท
พล.ต.ต.ประยงค์ ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ผู้ต้องหาให้การต่อสู้คดี โดยยืนยันว่าไม่รู้เห็นการกระทำความผิดของผู้ก่อเหตุ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานครบถ้วนจึงแจ้งข้อกล่าวหาได้ รวมถึงหลักฐานสำคัญโทรศัพท์ที่ นายกมลศักดิ์ เรียกร้องให้ตรวจสอบ ยืนยันว่า ตำรวจทำตามหน้าที่อยู่แล้ว และหากพบว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมไปถึงข้อหา ใช้จ้างวาน ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ยังเปิดเผยต่อด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกที่ออกไปตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” โดยในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีตามกระบวนการ
ทางด้านการควบคุมตัว ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ชี้แจงว่า แม้ในเบื้องต้นผู้ต้องหาจะเดินทางมาตามหมายเรียกและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี แต่ภายหลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายขังระหว่างการสอบสวน เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจมีพฤติการณ์หลบหนีในภายหลัง
ตำรวจเราทำงานตามอำนาจหน้าที่และรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง จนมีความมั่นใจเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา
ส่วนกรณีที่ สส.กมลศักดิ์ ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ แต่ยืนยันว่าตำรวจทำคดีจากพยานหลักฐานทั้งหมดที่เก็บรวบรวมได้ ไม่ได้ทำตามเพียงการร้องทุกข์อย่างเดียว และยืนยันว่าไม่มีการกั๊กข้อมูลหรือให้การช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ปรากฏในสื่อมวลชน
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ประยงค์ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส กล่าวทิ้งท้ายอีกด้วยว่า หากการสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ใช้จ้างวาน หรือพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่น ก็จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้น เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ศาลจังหวัดนราธิวาส อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.อ.มนตรี และ น.ต.เดโช โดยกำหนดวงเงินประกันตัวคนละ 200,000 บาท
...