โทน บางแค ร้องอัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบ “อัยการแหม่ม” ว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ และใช้เวลาราชการมาเคลียร์หนี้สินได้หรือไม่  เชื่อกระแสข่าวโดนหมายจับ อาจเป็นข่าวปล่อยออกมาเพื่อดิสเครดิตตัวเอง
 
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักบริหารกลาง สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการอาคารเอ นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความส่วนตัวเข้ายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เรื่องขอให้ตรวจสอบพนักงานอัยการชื่อ “แหม่ม” ว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ กรณีอยู่ในวงเจรจาเคลียร์หนี้สินกับเจ้าหนี้ 

...



 
โทน บางแค กล่าวว่า กรณีนั้นมีอัยการผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “แหม่ม” อยู่ในเหตุการณ์ที่ชั้น 27 ที่มาอยู่ในวงเจรจาเคลียร์หนี้สิน ตนจึงมาร้องให้ตรวจสอบว่า เป็นอัยการจริงหรือไม่ หากเป็นอัยการจริงมีหน้าที่ทวงถามหนี้สินในเวลาราชการได้หรือไม่  
 
โทน บางแค กล่าวด้วยว่า รายละเอียดอยู่ในส่วนสำนวนการสอบสวนตนได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ไป 3 ชั่วโมงครึ่ง ได้ให้รายละเอียดหมดแล้ว การที่ตนอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว อยู่ในภาวะกดดันแล้วก็วิตกกังวล ที่เขากล่าวอ้างว่าเป็นอัยการ เขาไม่ได้โชว์บัตรอะไรทั้งสิ้น แต่จากการแต่งตัวที่ดูภูมิฐานแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่ วันนี้จึงขอให้ตรวจสอบ ตนเคยเจออัยการคนนี้ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่สำนักงานของตนเอง และมาเจอครั้งที่ 2 ในวันมาพบเจ้าหนี้ที่ชั้น 27 มั่นใจมีภาพจากสำนักงานของตนมอบไว้เป็นหลักฐานแก่เจ้าหน้าที่ด้วย 
 
โทน บางแค กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้ดูโซเชียล เนื่องจากสภาพจิตใจตนยังไม่ได้ดี แล้วก็โดนโจมตีหลายอย่าง สภาพจิตใจก็เลยไม่ได้อยากรู้ ถ้าเราดูก็จะยิ่ง toxic คิดว่าเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเราทำตามสัญญาหรือไม่กับเจ้าหนี้ ตนจ่ายล่วงหน้าไปด้วยซ้ำ หลังเกิดเรื่องตนยังนับถือ “ป๋อง สุพรรณ” เป็นพี่คนหนึ่งวันที่ไปยืนยันว่า ได้รับการประสานว่า “โทนเข้าไปคุยกับมันสิ” ตนก็คิดว่า อยากไปอธิบายว่าหนี้สินเกิดจากอะไร แต่เราไม่รู้ว่าพอเข้าไปแล้วมันกลายเป็นเอาเจ้าหนี้ เอาคู่กรณีมาเพื่อไกล่เกลี่ยเจรจาในวันนั้น ตนไม่จำเป็นต้องมาสร้างข่าวทุกอย่างเป็นเรื่องจริง การถูกเจ้าพนักงานของรัฐทั้ง 2 ท่านขู่ก็สร้างความกดดันให้ตนอยู่แล้ว 



 
โทน บางแค กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่าจะออกหมายจับตนนั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบ อาจจะเป็นข่าวปล่อยออกมาเพื่อดิสเครดิตตัวเอง ส่วนตัวตนไม่เคยมีอะไรกับท่าน ไม่มีข้อขัดแย้ง และไม่มีใครมาอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ตนไม่เอาชื่อเสียงที่สะสมอยู่ในวงการพระมานานกว่า 30 ปี มาทำลาย เพียงแค่ต้องการออกมาปกป้องสิทธิ์ตัวเองจริง ๆ 
 
นายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความกล่าวว่า ในส่วนวันนี้อยากให้ตรวจสอบว่า บุคคลที่ชื่อ “อัยการแหม่ม” เป็นอัยการจริงหรือไม่ ประเด็นมีแค่นี้ และเขาได้ใช้เวลาราชการมาทำการเคลียร์หนี้อย่างนี้ได้หรือไม่ ถ้าไม่เป็นจริงก็ให้ดำเนินการตามที่ได้แจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน

...