กาวยาแนวจระเข้ ส่งฝ่ายกฎหมายเอาผิด “เบิร์ด วันว่างๆ” ปมคลิปประแป้ง ทำบริษัทเสียหายได้รับผลกระทบ ขณะที่มือปราบไซเบอร์ ชี้เบื้องต้นเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เล็งแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 คดี และหาก ททท.เห็นว่าทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยก็สามารถเข้าแจ้งความกับ สอท.เพื่อเอาผิดได้ พร้อมฝากเตือนชาวโซเชียล อย่าหาแชร์ “คอนเทนต์ขยะ” มีโทษเทียบเท่าคนโพสต์.
จากกรณี “เบิร์ด วันว่างๆ” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ทำคลิปคอนเทนต์นำวัตถุผงสีขาวบรรจุในถุง “กาวยาแนว” มาประแป้งประชาชนในงานสงกรานต์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายต่อผู้ที่มาเล่นน้ำ
...
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี จ.นนทบุรี มีทีมฝ่ายกฎหมายของบริษัทเจ้าของถุงกาวยาแนวตราจระเข้ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 และทีมพนักงานสอบสวน กก.4 สอท.2 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหาย
โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยก่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า วันนี้จะขอมาหารือกับตำรวจในข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่หากเข้าข่าย ทางบริษัทยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าทาง “เบิร์ด วันว่างๆ” จะออกมาชี้แจงว่าเป็นแค่คอนเทนต์ และในถุงผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นแค่แป้งก็ตาม ก็เป็นสิทธิ์ที่ “เบิร์ด วันว่างๆ” จะทำได้ แต่ทางบริษัทก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะพบหลักฐานปรากฏหลายคลิป และมีตราสัญลักษณ์ยี่ห้อของบริษัทชัดเจน ทำให้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ยืนยันว่าทางบริษัทมีนโยบายชัดเจนในการปกป้องภาพลักษณ์องค์กรและมีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดทางคดี
ต่อมา พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าหลังเสร็จสิ้นการหารือเรื่องข้อกฎหมาย ว่าทางบริษัทตราจระเข้ได้เข้ามาให้ข้อมูลและแจ้งความดำเนินคดีกับ “เบิร์ด วันว่างๆ” ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเบื้องต้นเข้าข่ายมาตรา 14 (1) เรื่องนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท แต่หากเป็นการกระทำผิดต่อบุคคลหรือนิติบุคคล อย่างกรณีบริษัทดังกล่าวนี้ จะระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
...
โดยทางทนายความของ “เบิร์ด วันว่างๆ” ได้ประสานเข้าพบตำรวจไซเบอร์แล้วในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) เวลา 11.30 น. ทั้งนี้ทางตำรวจจะขอเลื่อนไปก่อนเป็นช่วงปลายสัปดาห์ และอาจมีการแจ้งข้อหาในวันดังกล่าวเพิ่มอีก 1 คดี นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย ที่ สภ.พระประแดงที่แจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้
ส่วนในเรื่องการปิดกั้นช่องเพจของ “เบิร์ด วันว่างว่าง” นั้น ตำรวจไซเบอร์ได้เสนอกระทรวงดิจิทัลฯ ปิดไปบางส่วนแล้ว แต่ยังเหลืออีก 2 แพลตฟอร์ม คือ X และ Youtube ที่ยังไม่สามารถดำเนินการปิดได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มอยู่ต่างประเทศ ต้องประสานผ่านอัยการสูงสุดและระบบ MLAT ส่วนถ้า “เบิร์ด วันว่างว่าง” จะปิดช่องหรือปิดเนื้อหาของตัวเอง ก็เป็นเรื่องดี เพราะแสดงว่าสำนึกผิด รู้ว่าเป็นคอนเทนต์ขยะ ไม่ควรให้ประชาชนเข้าถึง
...
ทั้งนี้ฝากไปยังคนที่แชร์คอนเทนต์ขยะของ “เบิร์ด วันว่างว่าง” หรือคนอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย ก็ขอให้รีบลบเพราะการแชร์มีโทษเทียบเท่ากับโพสต์เอง ส่วนกรณีของบริษัทเลื่อยยนต์ไฟฟ้าที่เบิร์ดนำไปเล่นสงกรานต์ด้วยนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้ประสานตำรวจไซเบอร์เข้าแจ้งความ แต่ก็อยากให้เดินทางมา นอกจากนี้หากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นว่าคอนเทนต์ของ “เบิร์ด” ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับความเสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ทั้งหมด
...