“โทน บางแค” เปิดใจ หลังสอบปากคำมาราธอน 3 ชั่วโมง ยืนยันแจ้งความดำเนินคดี “พล.ต.ต.จรูญเกียรติ” ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ เร่งให้ชำระหนี้ที่ไม่ใช่ของตน พร้อมพวกที่ร่วมสนับสนุน ลั่นไม่มีใบสั่ง สาบานวัดพระแก้วหรือวัดใดก็ได้ เผยสาเหตุเป็นหนี้เพราะต้องหมุนเวียนธุรกิจ ขายพระบางทีก็ไม่ได้กำไร ยินดีที่จะพิสูจน์ตัวเอง ย้ำในความเป็นจริง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ “ป๋อง สุพรรณ” ที่ทำให้ลำบากใจ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ค.69 นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง พร้อมทนายความ นำเอกสารหลักฐาน เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ศักดินาถ หนูฉ้ง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. หรือรองเต่า ข้อหาข่มขู่กรรโชก รับจ้างทวงหนี้

ต่อมาเวลา 12.50 น. ภายหลังจากใช้เวลาสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน นานกว่า 3 ชั่วโมง “โทน บางแค” เปิดเผยว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ร้องเรียน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ว่าถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ข่มขู่ติดตามทวงหนี้ ที่สำนักงานชั้น 27 ของ บช.ก.เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา

วันนี้ตนเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ข้อหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือสนับสนุนการทวงถามหนี้มิใช่ของตน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ขณะเดียวกัน ตนแจ้งความกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว แต่ตนขอสงวนรายละเอียดว่ามีใครบ้างและมีกี่คน เพราะอยู่ในสำนวนคดี ตนได้ให้การไปหมดแล้ว มีอยู่หลายคนและมากกว่า 1 คนแน่นอน

สำหรับพฤติการณ์ที่ตนแจ้งความนั้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตนได้รับการประสานงานจากบุคคลตามข่าว (ป๋อง สุพรรณ) ตนตั้งใจไปเป็นการส่วนตัว เพื่ออธิบายในเรื่องหนี้ที่เกิดขึ้น ตนไม่สบายใจและอยากชี้แจงเพื่อความเข้าใจ รวมทั้งไม่รู้ว่ามีคดีด้วยหรือไม่

...

ปรากฏว่า ตนถูก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดในลักษณะที่ว่า “จะคุยหรือเปล่า ถ้าไม่คุยเดินออกไป” ทั้งที่ตนตั้งใจอยู่แล้วเพื่อไปอธิบายเรื่องหนี้สิน แต่พอมาเจอคำพูดและพฤติกรรมแบบนี้ ตนรู้สึกไม่สบายใจและสงสัยว่า คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสามารถติดตามทวงหนี้ได้หรือไม่

โทน บางแค กล่าวอีกว่า ตนไม่รู้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่ที่ตนตัดสินใจออกมารวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ เพราะตนต้องการปกป้องสิทธิของตน ยอมรับว่ากลัว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ตนจะถูกคุกคามหรือจะโดนอะไรหรือไม่ เพราะคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจ รวมทั้งรู้สึกถูกกดดันและไม่สบายใจ นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีและร้องเรียนครั้งนี้ เป็นเพราะตนถูกกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นธรรมจริง ย้ำว่าไม่มีใบสั่งจากใครอย่างแน่นอน ให้คำมั่น 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ จะให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือวัดอะไรก็ได้


โทน บางแค กล่าวยอมรับอีกว่า ตนมีหนี้สินกับเจ้าหนี้รายดังกล่าวจริง 2 สัญญา เป็นจำนวนหลักร้อยล้านบาท ที่ผ่านมาตนทยอยชำระบ้างตามเงินหมุนเวียนธุรกิจที่มี ได้ชำระหนี้ดังกล่าวล่วงหน้าถึงปี 2570 รวมทั้งมีการค้ำประกันหนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ไปถึงการจ่ายเช็คล่วงหน้ารายเดือนเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว

ส่วนที่มีสื่อบางสำนักรายงานอ้างว่า ตนได้ไปฉ้อโกง เบี้ยวหนี้ หรือจ่ายเช็คเด้งนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยทำผิดสัญญาหนี้แต่อย่างใด ที่ผ่านมา ตนมีทั้งหนี้ของภาคเอกชนและหนี้ธนาคาร ตนได้ชำระหนี้ตามระบบปกติ สามารถตรวจสอบเช็คเครดิตบูโรได้ ตอนนี้ตนมีหนี้เอกชนรายเดียวคือเจ้าหนี้รายดังกล่าว ส่วนหนี้ธนาคารมีอย่างน้อย 2-3 ธนาคาร

สำหรับสาเหตุที่ตนมีหนี้เยอะ เป็นเพราะตนต้องหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียนธุรกิจซื้อขายพระเครื่อง เพื่อให้ธุรกิจเติบโต ซึ่งบางทีพระบางองค์ก็จม ขายไม่ออก หรือขายไม่ได้กำไร จำเป็นที่จะต้องมีการหาเงินทุนสำรองมาหมุนเวียน เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนมีสถานะการเงินที่ปกติ สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ทำธุรกิจมานานกว่า 30 ปี เคยกู้หนี้ยืมสินก่อนเจ้าหนี้คนนี้หลายคน ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด

โทน บางแค กล่าวถึงเรื่องปัญหาเช็คเด้งว่า ถ้ามีปัญหา ป่านนี้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องอาญา แต่ส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเช็คเด้ง สามารถเคลียร์จ่ายเงินได้จบ ไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าว ตนมีปัญหาถูกฉ้อโกงมาเยอะ เช่นเดียวกัน แต่ทยอยไล่ฟ้องดำเนินคดีและสืบทรัพย์ตามคำพิพากษาไป ตนคงยึดมั่นและใช้กระบวนการศาลและกฎหมายเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นที่อาจถูกออกหมายจับดำเนินคดีในเร็ววันนี้ โทน บางแค ระบุว่า ตนมั่นใจว่าตนไม่ได้กระทำความผิดอะไร ไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ หากเกิดถูกออกหมายจับหรือมีคดีจริง ตนจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการประกันตัวและชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ไม่ได้มีความหนักใจอะไร

ส่วนประเด็นที่มีเซียนพระหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตนในช่วงนี้ โดยเฉพาะอ้างว่า ตนขายพระปลอม โทน บางแค กล่าวว่า ตนใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตกว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงมาได้ ยืนยันว่าตนขายพระแท้มาโดยตลอด แม้กำไรจะน้อยและรวยช้า แต่เป็นการสร้างกำไรร่ำรวยอย่างยั่งยืนในระยะยาว ยอมรับว่าตนบริหารการเงินผิดพลาดบ้าง มีปัญหางูกินหาง จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเวียนธุรกิจตัวเอง

...

ทั้งนี้ ตนไม่กังวลในเรื่องเครดิตในวงการพระ ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวอาจทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงบ้าง แต่มั่นใจว่า ตนจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ทุกอย่างเป็นความจริง ความจริงจะช่วยเพิ่มเครดิตที่ดีให้กับตน ยินดีด้วยซ้ำที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

สำหรับการสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตนรู้สึกเหนื่อยและหนักใจ แต่ตนได้ให้รายละเอียดตามความเป็นจริงกับพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ตนเจอมารู้สึกว่าร้ายแรงอย่างมาก แต่ตนไม่ชี้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ขอให้กระบวนการกฎหมายและคำพิพากษาเป็นผู้ชี้ว่าใครเป็นคนผิดดีกว่า ต่อให้เงิน อำนาจ บารมี จะสามารถซื้อข่าวได้ แต่ไม่สามารถซื้อความจริงได้ ตนยึดมั่นในความจริงและสามารถพิสูจน์ตัวเองได้

โทน บางแค กล่าวถึงป๋อง สุพรรณ เซียนพระรุ่นพี่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีนี้ด้วยว่า ตนไม่โกรธและยังคงเคารพนับถือป๋อง สุพรรณ ในฐานะรุ่นพี่เช่นเดิม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าและไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ถ้าตนทำให้พี่ป๋อง สุพรรณ รู้สึกลำบากใจ ตนขอโทษผ่านสื่อมวลชนและยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำให้ป๋อง สุพรรณ ลำบากใจ เมื่อถึงท่อนนี้ โทน บางแค ยกมือไหว้ขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนถึงป๋อง สุพรรณ

ซึ่งหลังจากนี้ โทน บางแค จะเดินทางต่อไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลที่อ้างตัวเองว่าเป็นพนักงานอัยการในวันที่เกิดเหตุว่าเป็นพนักงานอัยการจริงหรือไม่ แล้วถ้าเป็นพนักงานอัยการจริง จะมีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้หรือไม่