ตำรวจล่ามือฆ่าสัปเหร่อที่กระบี่ พบพฤติกรรมสุดอำมหิต ใช้ไม้ทุบหัวสังหารคาขนำ ก่อนใส่ถังน้ำมัน 200 ลิตร ขนศพทิ้งป่าไกล 20 กม. แถมราดน้ำกรดหวังทำลายหลักฐาน  

จากคดีคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์นายสมพงษ์ ส่งแสง อายุ 70 ปี สัปเหร่อวัดปากน้ำ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นำศพไปทิ้งป่าข้างทางริมถนนเขาพนม-อ่าวลึก บ้านเขาแก้ว หมู่ 8 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ นาน 3 วัน ก่อนจะมีชาวบ้านไปพบศพเมื่อช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ 5 พฤษภาคม 2569 ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8  พ.ต.อ.ณรงค์ ลักษณะวิมล ผกก.สภ.ปลายพระยา เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้  หลังมีการโอนคดีจาก สภ.เขาพนม มาให้กับ สภ.ปลายพระยา  เนื่องจากคาดว่าจุดเกิดเหตุ ที่มีการทำร้ายจนเสียชีวิต น่าจะเกิดที่ขนำของผู้ตาย ในสวนปาล์มหมู่ 4 ต.ปลายพระยา ก่อนคนร้ายจะขนศพไปทิ้งในเขต สภ.เขาพนม 

เบื้องต้นตำรวจยังมุ่งไปที่ปมฆ่าชิงทรัพย์ โดยผู้ต้องสงสัยคือชาย อายุ 34 ปี ชาว จ.นราธิวาส ที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายในขนำ ช่วงเย็นวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าช่วงเวลาก่อเหตุอยู่ในช่วง 18.00 น. ของวันที่ 30 เมษายน ไปจนถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากเพื่อนผู้ตายเข้ามาตามหาผู้ตายที่ขนำช่วงหลังเที่ยงของวันที่ 1 พฤษภาคมแล้วไม่เจอตัว แต่เจอร่องรอยการต่อสู้ทั้งภายในขนำ และรอบๆ ขนำ

ส่วนพฤติการณ์ก่อเหตุ ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจมีไม่ต่ำกว่า 1 คน เนื่องจากต้องเคลื่อนย้ายศพไปทิ้งเป็นระยะทางไกลกว่า 20 กิโลเมตร อาจทำคนเดียวไม่ได้ โดยก่อเหตุด้วยการใช้ไม้ หรือของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะของผู้ตาย จากนั้นอาจนำศพใส่ไปในถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร เพื่อทำการขนย้ายโดยไม่ให้ชาวบ้านสังเกตเห็นศพ เมื่อไปถึงจุดทิ้งศพ คนร้ายน่าจะใช้น้ำกรดสำหรับใช้กับน้ำยางพาราราดศพให้ย่อยสลายเร็ว จึงเป็นสาเหตุที่ผิวหนังจากมือและเท้าของคนตาย หลุดรุ่ยออกมา หลังทิ้งศพไว้ 2-3 วัน ซึ่งตำรวจพบขวดน้ำกรดในจุดพบศพด้วย    

...


กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 3  พฤษภาคมที่ผ่านมา มีรถกระบะมาประสบอุบัติเหตุลงข้างทางตรงจุดพบศพ ซึ่งเจ้าของรถกระบะ ระบุว่า เมื่อถึงจุดเกิดเหตุปรากฏว่ารถเกิดหมุนเสียหลักโดยไม่ทราบสาเหตุ พอลงจากรถก็ได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ก่อนจะไปพบร่างสัปเหร่อที่เคยเผาศพให้กับปู่ของตนเอง ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า คนตายอาจต้องการบอกว่าร่างอยู่ตรงนั้น

ทั้งนี้ จุดที่คนร้ายนำศพมาทิ้ง เป็นจุดเปลี่ยว เป็นเส้นทางระหว่างช่องภูเขา หากรถที่สัญจรผ่านไปมา ไม่จอดลงมาข้างทางจริง จะไม่มีใครรู้ว่ามีศพผู้ตายอยู่แน่นอน โดยจุดดังกล่าวในอดีต เคยเป็นจุดที่คนร้ายมักนำศพเหยื่อมาทิ้งหลายรายแล้ว เพราะไม่ใช่จุดที่ชาวบ้านจะสังเกตได้ จากพฤติกรรมที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตไว้ ทำให้เชื่อได้ว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1 คน และมีการเตรียมการอำพรางศพมาอย่างดี