ตม.สุราษฎร์ฯ บุกจับอิสราเอล สมาชิกระดับสั่งการ แก๊ง “อเวนเจอร์” พร้อม 3 ลูกสมุน ก่อคดีโชกโชน ทั้งบึมฆ่า ค้ายา ฯลฯ เป็นที่ต้องการตัวของทางการอิสราเอล หลังหนีมากบดานที่สมุย
วันที่ 30 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตามคำสั่ง ผจว. ในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกกวาดล้างกวดขันคนต่างชาติในพื้นที่ มีผลการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร โดยสั่งให้ติดตามควบคุมคนต่างชาติสัญชาติอิสราเอล ที่เป็นสมาชิกระดับสูงขององค์กรอาชญากรรมในประเทศอิสราเอล มีประวัติเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วหลายครั้ง ทั้งมีประวัติอาชญากรรมจำนวนมาก แล้วหลบหนีมากบดานในประเทศไทย
พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย มีพฤติการณ์มาสร้างความวุ่นวายหรือจะก่อเหตุร้ายในประเทศไทย หากพบพฤติการณ์หรือการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
สืบเนื่องมาจากการสืบสวนติดตามบุคคลที่ต้องการตัวของประเทศอิสราเอล โดยการประสานงานจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจและความมั่นคงภายใน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อจับกุมและผลักดัน นายมาทาน อาวีฟ อายุ 28 สัญชาติอิสราเอล กลับไปดำเนินคดียังประเทศอิสราเอล หลังมีหมายอินเตอร์โพลและหมายจับประเทศอิสราเอล ตรวจสอบพบเป็นสมาชิกระดับสั่งการขององค์กรอาชญากรรมที่ชื่อ “อเวนเจอร์” ก่อตั้งขึ้นในอิสราเอล มีประวัติเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วหลายครั้ง ทั้งมีประวัติอาชญากรรมจำนวนมากและกระทำความผิดในหลายฐานความผิด อาทิ การรับของโจร การสมคบคิดเพื่อกระทำความผิดทั้งในระดับอาชญากรรมร้ายแรงและความผิดลหุโทษ การพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย การฉ้อโกง การงัดแงะหรือบุกรุกยานพาหนะ การลักทรัพย์จากยานพาหนะหรือการถอดแยกชิ้นส่วนยานพาหนะ การจัดหาอาวุธหรือมีอาวุธไว้ในครอบครองโดยปราศจากอำนาจตามกฎหมาย การพยายามวางเพลิง การผลิต นำเข้า ส่งออก ค้า หรือดำเนินธุรกรรมอื่นใดเกี่ยวกับอาวุธ การส่งออก นำเข้า ค้า หรือจัดหายาเสพติด ตลอดจนการกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือขาดความระมัดระวังเกี่ยวกับไฟหรือวัตถุไวไฟ
...
นอกจากนี้บุคคลดังกล่าวยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการหลายคดี ได้แก่ ฆาตกรรม การก่อให้เกิดการระเบิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การส่งหรือจัดส่งวัตถุระเบิด การทำให้เกิดความเสียหายโดยใช้วัตถุระเบิด การสมคบคิดเพื่อกระทำความผิดทั้งในระดับอาชญากรรมร้ายแรงและความผิดลหุโทษ การวางเพลิง การข่มขู่ การส่งออก นำเข้า ค้า หรือจัดหายาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับการชักจูงหรือทำให้ผู้เยาว์เสื่อมเสีย และการครอบครองหรือใช้อุปกรณ์ต้องห้าม ซึ่งมีหมายตำรวจสากลสีเขียว เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 แจ้งว่าเป็นบุคคลอันตราย อาจก่อความรุนแรงและครอบครองอาวุธ
ปัจจุบัน นายมาทาน อาวีฟ รายนี้เป็นที่ต้องการตัวตามหมายจับของศาลแขวงฮาเดรา ประเทศอิสราเอล ในความผิดที่กล่าวหาสมคบคิดในการกระทำความผิด การขัดขวางกระบวนการสอบสวน และการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของบุคคล และได้หลบหนีไปกบดานอยู่ตามประเทศต่างๆ
ในที่สุดเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สืบสวนจนพบความเคลื่อนไหว นายมาทาน อาวีฟ กับสมาชิกในแก๊งที่ชื่อว่าแก๊ง “อเวนเจอร์” จำนวน 4 คน หลังหลบมากบดานอยู่ที่วิลล่าหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้เสนอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อ ผบก.ตม.6 และวางแผนเข้าทำการควบคุมตัว
กระทั่งวันที่ 29 เม.ย. 2569 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้นำคำสั่งเพิกถอนไปแจ้งและพบ นายมาทาน อาวีฟ ที่วิลล่าดังกล่าว จึงได้เข้าทำการควบคุมตัว เพื่อรอการส่งกลับไปประเทศอิสราเอล พร้อมบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามหรือแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกประวัติลูกสมุนของ นายมาทาน อาวีฟ อีกจำนวน 3 คน ส่งข้อมูลไปให้กับทางประเทศอิสราเอล เพื่อตรวจสอบประวัติ หากเป็นบุคคลที่เข้าข่ายเป็นบุคคลอันตรายก็จะดำเนินการต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ชูธเรศ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและชาวต่างชาติที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักร และขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยขอให้ปฏิบัติตนตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย