***แฟ้มภาพ***
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “สจ.กอล์ฟ” 1 ปี 12 เดือน ร่วมกับพวกทำร้ายตำรวจคาหน่วยเลือกตั้ง เผยจำเลยทั้ง 9 ให้การรับสารภาพ
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่อ1823/2568 ที่ ด.ต.นิสาธิต คงเทพ โจทก์ ฟ้อง นายสิรดัย พลายด้วง หรือ สจ.กอล์ฟ, นายพงศ์เทพ ฟรีด้อม, นายหนุ่มเสก ทองศรี, นายรพีพงศ์ สวัสดิ์ชูแก้ว, นายสรายุทธ หนูชัยแก้ว, นายจักรพงษ์ เทพชุม, นายยศศรัณย์ สว่าบ้านโคก, นายอรรณพ ขาวมาก และนายไปซอล สายสลำ เป็นจำเลยที่ 1-9 ในข้อหา เป็นซ่องโจร เป็นหัวหน้า ผู้จัดการหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในซ่องโจร, ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามที่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร และร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นร่วมกันกระทำความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยมีหรือใช้อาวุธ, เข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสถานที่ราชการของผู้อื่นฯ
จากกรณีจำเลยร่วมกันก่อเหตุ รุมทำร้ายร่างกาย ด.ต.นิสาธิต ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 9 ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยมีหรือใช้อาวุธ, เข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสถานที่ราชการของผู้อื่นโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการฯ โดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป, ร่วมกันเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสถานที่ราชการของผู้อื่นโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการ หรืออนุกรรมการฯ โดยใช้กำลังประทุษร้าย
พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 9 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร จำคุก 9 วัน ฐานร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป จำคุก 2 ปี
ลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป จำคุกคนละ 2 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 4 ,ที่ 6 และที่ 7 กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร เป็นจำคุกจำเลยที่ 4 ,ที่ 6 และที่ 7 คนละ 1 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป เป็นจำคุกจำเลยที่ 4 ,ที่ 6 และที่ 7 คนละ 2 ปี 8 เดือน
จำเลยทั้ง 9 ให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 12 เดือน 6 วัน คงจำคุกจำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 5, ที่ 8 และที่ 9 คนละ 1 ปี 12 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 4, ที่ 6 และที่ 7 คนละ 1 ปี 18 เดือน 60 วัน
...