สิบล้อบรรทุกไม้ยูคา มาเต็มคัน โชเฟอร์อ้างเบรกแตก ลมหมดหม้อ ทำเกิดอุบัติเหตุหมู่ชน 7 คันรวด จยย. 3 คันถูกทับใต้ท้องรถ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตำรวจ สน.บางขุนเทียน จ่อแจ้งข้อหา นำรถไปตรวจสภาพ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2569 ร.ต.ท.คณชาญ สวัสดี รอง สว.(สอบสวน)สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายบนทางแยกต่างระดับสวนเลียบ ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.โกมินทร์ อัตโสภณวัฒนา สว.จร.สน.บางขุนเทียน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่ช่วงเชิงสะพานข้ามถนนเพชรเกษม เป็นถนน 2 เลน เลนขวาสุดพบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว ขาว ทะเบียน 77-4400 ปราจีนบุรี บรรทุกไม้ยูคา เต็มคันทับรถ จยย.อยู่ใต้ท้องรถ 3 คัน ประกอบด้วยฮอนด้า ดรีม สีขาว แดง ทะเบียน 5ขอ 6130 กรุงเทพมหานคร, ฮอนด้า โซนิก สีแดง ทะเบียน 1กด 6449 กรุงเทพมหานคร และฮอนด้า คลิก สีแดง ทะเบียน 4กม 468 กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ขับขี่ติดอยู่ใต้ท้องรถ 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายจารุวัตร อ่ำชัยภูมิ อายุ 50 ปี วิน จยย.รับจ้าง และชายไทย ไม่ทราบชื่ออีก 1 คน

...




ส่วนด้านหน้ารถสิบล้อชนอัดก๊อบปี้ศีรษะของนายทศพล ฤกษ์เฉลิมพจน์ อายุ 55 ปี เข้ากับประตูข้างซ้ายของรถเก๋ง เอ็มจี สีดำ ทะเบียน 7กด 9112 กรุงเทพมหานคร จนเสียชีวิตคาที่

ส่วนด้านขวาของรถเอ็มจีอัดก๊อบปี้กับท้ายรถสิบล้อโม่ปูน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 86-8172 สระบุรี ยังมีผู้ติดภายในรถเก๋งเอ็มจี อีก 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายชิษณุชา หวังอรุณโรจน์ อายุ 31 ปี และนายฉัฐพรรษ หวังอรุณโรจน์ อายุ 63 ปี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง นำตัวทั้ง 4 ราย ออกมาจากซากรถด้วยความทุลักทุเล

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ที่โดยสารมากับรถแท็กซี่ที่ถูกรถสิบล้อบรรทุกไม้ยูคา ชนจนรถหมุนหน้าไปฟาดกับแบริเออร์เกาะกลาง เป็นรถโตโยต้า อัลติส สีเหลือง ทะเบียน ทอ 603 กรุงเทพมหานคร ทราบชื่อ คือ นายสมคิด สาระผล อายุ 63 ปี โชเฟอร์ และนายพลากร ไชยศรีธิ อายุ 29 ปี ผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบางปะกอก9 อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วนชายไทยไม่ทราบชื่อ นำส่งโรงพยาบาลศิริราช




ส่วนคนขับสิบล้อได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก ทราบชื่อ คือ นายจำปี จบแฝง อายุ 67 ปี ยืนรอให้การกับพนักงานสอบสวน ว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถสิบล้อบรรทุกไม้ยูคา มาตามถนนกัลปพฤกษ์ฝั่งขาออก มุ่งหน้าไปลงถนนเพชรเกษม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงฝนเริ่มตก ถนนลื่น รถเกิดเบรกแตก ลมหมดหม้อ พยายามเบรก ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ เพราะรถบรรทุกไม้เต็มคัน มีน้ำหนักหลายตัน ตนจึงดับเครื่อง ปรากฏว่ารถยิ่งวิ่งไหลไปแรงกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงทางลงสะพานต่างระดับ และกำลังจะขึ้นสะพานถนนเพชรเกษม จนกระทั่งชนกับ รถจยย. และต่อเนื่องไปชนอีกหลายคันดังกล่าว

เบื้องต้นได้ส่งตัวนายจำปี ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ หลังออกจากโรงพยาบาล พนักงานสอบสวนก็จะได้เรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย และส่งรถสิบล้อไปตรวจสภาพที่บก.จร. หากพบว่ารถชำรุดจริง ก็จะได้แจ้งข้อหา นำรถไม่พร้อมมาใช้บนทางเพิ่มเติม
ส่วนร่างของนายทศพล ได้มอบให้กับอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป

...