“ร.อ.วิโรจน์” สวมเสื้อเกราะ หมวกกันน็อค ถูกคุมเข้ม นำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองนราธิวาส ซัดทอด “สมพร” คนบงการ ประกอบกับไม่พอใจ สส.กมลศักดิ์ ส่วนตัว ด้าน ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 23 เม.ย. 69 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รอง ผบก.สส.จชต. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี หนึ่งใน 5 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิ.อาญา ของศาล จ.นราธิวาส ที่ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงหมายสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เหตุเกิดหน้าบ้านพักในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ทำให้พลขับและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเครื่องบินตำรวจที่สนามบินหมวดเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส


หลังเจ้าหน้าที่กองบัญชาการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ควบคุมตัวจากสนามบินดอนเมือง นำตัวสอบปากคำเป็นการเพิ่มเติม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการสวมเสื้อเกราะและหมวกกันน็อคให้ ร.อ.วิโรจน์ ขณะเดินทางมายัง สภ.เมืองนราธิวาส โดย พล.ต.ต.ประยงค์ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พ.ต.อ.เอกชัย รอง ผบก.สส.จชต. ร่วมกันสอบปากคำด้วยตนเอง และมีเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีจำนวนหนึ่งนั่งร่วมรับฟังด้วย ซึ่ง ร.อ.วิโรจน์ มีสีหน้าแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

...

โดย ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาได้ให้การโดยสรุป ยอมรับว่าร่วมก่อเหตุจริง สาเหตุที่ก่อเหตุบอกเป็นเรื่องส่วนตัว โดยอ้างว่าคนบงการ สั่งการทั้งหมด คือ นายสมพร ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ประกอบกับที่ตัวเอง ไม่พอใจนายกมลศักดิ์ ในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เป็นการส่วนตัว จึงตกลงรับงานจากนายสมพร


ต่อมาเมื่อ พล.ต.ต.ประยงค์ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สอบสวนปากคำ ร.อ.วิโรจน์ แล้วเสร็จ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า  ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหารับสารภาพและยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือลอบยิงจริง โดยระบุว่าเหตุผลในการก่อเหตุเป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัวกับทาง สส.กมลศักดิ์ เท่านั้น โดยไม่พอใจการทำงานของ สส.กมลศักดิ์ และอ้างว่า นายสมพร ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สั่งการทั้งหมดในคดีนี้

พล.ต.ต.ประยงค์ ยังกล่าวอีกว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การซัดทอดเช่นนั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อในคำให้การทั้งหมด โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังคำให้การเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมเป็นสำคัญ ตนได้ตั้งข้อสังเกตถึงตัวผู้ต้องหาว่า เป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูง ผ่านหลักสูตรและเคยทำงานในต่างประเทศมามากมาย แต่กลับตัดสินใจกระทำการอย่างนี้ ถือว่าคิดสั้นเพียงเพราะความไม่พอใจส่วนตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อยืนยันความถูกต้องของคำให้การดังกล่าว โดยยังไม่ได้สรุปสำนวนคดีในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.) เจ้าหน้าที่จะนำตัว ร.อ.วิโรจน์ ขออำนาจศาล จ.นราธิวาส ฝากขังต่อไป.