“รองวิน” พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รอง ผบก.ตชด.ภ.4 เปิดใจยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง ด้าน “อัจฉริยะ” ไม่กังวล ยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด ขอไม่ให้สัมภาษณ์เนื่องจากศาลห้ามให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดี

ภายหลัง ศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “อัจฉริยะ” กับพวก โดยมีเงื่อนไขห้ามไปยุ่งกับพยานหลักฐาน หรือกระทำการใดๆ อันจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รอง ผบก.ตชด.ภ.4 หรือ รองวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมีปัญหาขัดแย้งกับนายอัจฉริยะมาแล้ว 2 ครั้ง และเคยถูกร้องเรียน รวมถึงถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แต่ทุกกรณีตนได้ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย ท้ายที่สุดเรื่องยุติลง ยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นกระบวนการยุติธรรม 

ส่วนสาเหตุที่เข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากมีบุคคลโทรศัพท์มาขอคำปรึกษา หลังทราบว่าตนมีประสบการณ์การถูกร้องเรียนและสามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงให้คำแนะนำในฐานะคนรู้จักและด้วยความหวังดี ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา 
 
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ทุกอย่างที่ทำเป็นไปตามกฎหมาย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง เป้าหมายเดียวคืออยากช่วยเพื่อนให้พ้นปัญหาเท่านั้น ตนไม่เคยติดต่อหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอัจฉริยะ แต่อย่างใด ที่ผ่านมาเคยได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิง ต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนานถึง 3 ปี ส่งผลกระทบทั้งต่อหน้าที่การงานและครอบครัว 
 
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวถึงห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง เรื่องดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงจะเหมาะสมกว่า 

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้อื่นส่งผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัว ทั้งนี้ขอเดินหน้าทำหน้าที่ตำรวจต่อไป เชื่อว่าสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ 
 
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสเรียกร้องให้มีการพิจารณาให้ออกจากราชการ ตนพร้อมน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา และเคารพทุกคำสั่งที่ออกมาตามกระบวนการ โดยเห็นว่าหากการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และความเชื่อมั่นของประชาชน ตนยินดีปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่หากผู้บังคับบัญชายังเห็นว่า ตนสามารถปฏิบัติหน้าที่และทำประโยชน์ให้กับองค์กรและประชาชนได้ พร้อมจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ  
 
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวถึงนายอัจฉริยะว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก เนื่องจากผลกระทบไม่ได้เกิดกับตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่ยังลามไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างด้วย สุดท้ายความจริงจะปรากฏผ่านกระบวนการยุติธรรม

...



ต่อมาเวลา 18.23 น. นายอัจฉริยะ เดินออกทางหน้าบันไดศาล พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือให้สัมภาษณ์ได้เนื่องจากเป็นคำสั่งของศาล หากให้สัมภาษณ์อาจจะถูกเพิกถอนประกันได้ พร้อมบอกว่าตนเองสบายใจอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ก่อนจะเดินออกไปรอรถ และเดินทางกลับทันที.