ลูกคลั่ง อาละวาดในบ้านพัก ก่อนใช้มีดแทงพ่อแท้ๆ เสียชีวิต ที่สมุทรสาคร ขณะที่น้องชายจะเข้าไปช่วย เจอทำร้ายด้วย เลยต้องวิ่งหนี เมียคนตายบอก เพิ่งพาสามีไปทำบุญวันเกิดเมื่อวาน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ต.ณัฎฐิภัทร นาคสังข์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงพร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาชัย 2 เจ้าหน้าที่เทศบาลนครอ้อมน้อย รีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบ นายเดือน อายุ 69 ปี ถูกของมีคมแทงเข้าบริเวณลำตัว 3 แผล เลือดไหลเต็มตัว เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลมหาชัย 2 ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตรวจสอบภายในบ้านบนชั้นสองห้องนอนของ นายเดือน พบมีรอยคราบเลือดเต็มไปหมด จนถึงบันไดขึ้นบ้าน และบริเวณชั้นล่าง
ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบต่อมา คือ นายกฤษดา อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยไม่ได้สวมใส่เสื้อ มีเพียงเสื้อสีเขียวพันอยู่ที่คอ
สอบถาม นางแตงกวา อายุ 65 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตและแม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ลูกชายคนโตมีอาการทางจิตเวช ในอดีตเคยเสพยาเสพติดมาก่อน แต่ก็เลิกมาได้นานเกือบ 10 ปีแล้ว มาระยะหลังนี้ลูกชายติดเหล้าขาว จึงทำให้ตกงาน ไม่มีงานทำอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ลูกชายกินเหล้าขาว ก็จะขาดสติ ทะเลาะกับคนในครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับลงมือทำร้ายร่างกาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกับพ่อ แต่กับแม่เขาจะแค่ขู่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ขู่คนในบ้านว่าจะฆ่าบ้าง หรือเผาบ้านบ้าง บางครั้งพอมีอาการกำเริบมากๆ ก็โทรเรียกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปส่งที่โรงพยาบาล ซึ่งตำรวจก็มาช่วยควบคุมตัวนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่พอนอนคืนเดียว โรงพยาบาลก็ให้กลับบ้าน ทั้งๆ ที่ทางพ่อกับแม่เคยบอกหมอให้ส่งลูกชายไปที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เนื่องจากลูกชายมีประวัติการรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาก่อน แต่เขาก็ไม่ยอมส่งไป จนเคยเอ่ยถามหมอพยาบาลว่า ทำไมถึงไม่ส่งไปรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯ จะรอให้อาการกำเริบแล้วฆ่าคนในบ้านก่อนหรืออย่างไร สุดท้ายก็ไม่มีการส่งตัวไปตามที่ครอบครัวร้องขอ
...
นางแตงกวา เผยด้วยว่า แม่เองก็คอยไปเอายามาให้ลูกกิน คอยระวังเรื่องเงิน เพราะเขาจะชอบมาขอเงิน ซึ่งถ้าขอไปซื้อข้าวกิน แม่ก็จะให้ แต่ถ้าขอไปซื้อเหล้าจะไม่ให้เลย เพราะกินทีไรมีอาการกำเริบทุกครั้ง กระทั่งเมื่อเช้านี้ หลังจากที่พ่อไปส่งแม่ที่โรงงานแล้ว ลูกชายก็ตามไปขอเงินที่หน้าโรงงาน 200 บาท บอกว่ารถจักรยานยนต์หม้อน้ำพังจะเอาไปซ่อม แม่ก็เลยให้มา แล้วแม่ก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล กระทั่งมีสายโทรศัพท์ของพ่อโทรเข้ามาว่า “ให้เงินลูกไปทำไม เขาเอาไปซื้อเหล้า” ซึ่งนั่นทำให้แม่รู้สึกกังวลใจมาตลอด และแล้วก็มาเกิดเรื่องขึ้นจนได้ โดยเมื่อวานนี้เพิ่งจะครบรอบวันเกิดสามี ตนก็พาไปใส่บาตร พอมาวันนี้มาถูกลูกในไส้ฆ่าตาย ก็เชื่อว่า เขาคงจะหมดบุญแค่นี้
นางแตงกวา บอกด้วยว่า จากการที่ลูกชายคนเล็กเล่าให้ฟังคือ พี่ชายอาละวาดแล้วใช้ขวดเหล้าขึ้นไปทำร้ายร่างกายพ่อที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้องนอน ตอนนั้นลูกชายคนเล็กพยายามจะเข้ามาช่วยพ่อแล้วแต่ช่วยไม่ทัน และพี่ชายยังหันมาจะทำร้ายร่างกายเขาด้วย เขาจึงหนีเข้าไปในห้องแล้วล็อกประตูไว้ เพราะกลัวพี่ชายจะตามไปฆ่าอีกคน ส่วนพ่อพยายามหนีออกจากห้องแต่ก็หนีไม่พ้นถูกแทงเข้าจุดสำคัญหลายแห่งจนสาหัส เมื่อลูกคนโตก่อเหตุแล้วก็ออกไปหาเพื่อนบ้านแต่ไม่มีใครเปิดบ้านรับ จึงได้ขับรถหลบหนีไป ทั้งนี้ก็ขอให้ตำรวจตามจับกุมตัวมาได้โดยเร็ว ส่วนผลที่จะได้รับจากการกระทำนั้น ก็ขอให้เป็นไปตามกรรมที่ก่อไว้
ด้านเพื่อนบ้านบอกด้วยว่า ปกติพ่อกับลูกที่ก่อเหตุ ทะเลาะกันเป็นประจำอยู่แล้ว จนไม่มีใครสนใจว่าจะรุนแรงแค่ไหน ซึ่งเมื่อช่วงสายของวันนี้ ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอีก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ กระทั่งมาทราบว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยปกติผู้เสียชีวิตเป็นคนดี ทำมาหากินดูแลครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน 4 คน ส่วนคนก่อเหตุ มีงานทำบ้าง ไม่มีงานทำบ้าง พอมีเวลาว่างก็มักจะชอบดื่มเหล้าขาว แต่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนในซอย จะมีแต่กับคนในบ้านเท่านั้น โดยหลังจากที่ก่อเหตุแล้ว เขาได้ออกมาหาเพื่อนบ้านที่สนิทกัน แต่เพื่อนบ้านไม่ยอมเปิดบ้านให้เพราะเห็นเขาออกมาแบบนุ่งกางเกงในตัวเดียว ไม่ใส่เสื้อ และมีเลือด ก็กลัวเลยปิดบ้านหนี ทำให้เขาโมโห กลับขึ้นไปนุ่งกางเกงขายาวไม่สวมเสื้อ ขับรถจักรยานยนต์ออกไปทันที
ด้าน พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน บอกว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กระจายกำลังติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะไปไหนไม่ได้ไกลมากนัก เพราะผู้ก่อเหตุไม่ได้สวมเสื้อผ้า ไม่มีเงินติดตัว และมีเพียงรถจักรยานยนต์คันเดียวเท่านั้น