ตำรวจ สภ.พระยืน คุมตัว "รองสารวัตร" ส่งศาลจังหวัดขอนแก่น ขอฝากขัง คดียิงอดีตภรรยา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตที่ร้านหมูกระทะ เจ้าตัวรับสารภาพ เสียใจถูกหยาม ว่าชายคนใหม่ที่คบหาดีกว่าตัวเอง

ความคืบหน้ากรณีเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น กรณี ร.ต.ต.ชูชาติ อายุ 54 ปี รองสารวัตรสืบสวน สภ.บ้านแฮด ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิง น.ส.พัทยา อายุ 50 ปี อดีตภรรยา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านโต้น หมู่ 8 ตำบลบ้านโต้น อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น 4 นัด กระสุนเข้าที่บริเวณหน้าอก เสียชีวิตภายในร้านหมูกระทะ หลังเกิดเหตุ ได้รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระยืนพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระยืน คุมตัว ร.ต.ต.ชูชาติ ผู้ก่อเหตุยิง ไปขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังดำเนินคดี โดยวันนี้ผู้ต้องหาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และใช้เสื้อสีส้ม คลุมศีรษะและหน้าตาเอาไว้ ขณะถูกคุมตัวออกจากห้องขังไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น เจ้าตัวพูดสั้นๆ ว่าจำไม่ได้ และไม่ได้เมา กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เสียใจ แต่ไม่มีอะไรจะพูดถึงครอบครัว โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวขึ้นรถนั้น อาของผู้ก่อเหตุ และญาติๆ ได้เข้ามาปลอบให้กำลังใจ ให้เข้มแข็งเหมือนนามสกุล

...


โดย อาของผู้หมวดชูชาติ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องการประกันตัวก็ปล่อยไปตามกระบวนการ เรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุก็เป็นคนดี รักพี่รักน้อง รักลูกรักหลาน รักญาติพี่น้องทุกคน ที่ทางครอบครัวฝ่ายหญิงมองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรง มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการสูญเสีย ไม่ว่าครอบครัวฝ่ายไหนก็ต้องรักครอบครัวตัวเอง ทางเราก็เสียใจ เรื่องความขัดแย้งของทั้งคู่ลึกๆ ไม่มีใครรู้ ก็ปล่อยเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ วันนี้เดินทางมาเยี่ยมมาให้กำลังใจ ลูกผู้ชายทำไปแล้วต้องเข้มแข็ง เมื่อเช้าที่มาเยี่ยมเท่าที่พูดคุยแรกๆ ก็มีอาการเครียด พอได้คุยกันก็ผ่อนคลายลงจากเดิม รับสภาพตัวเองได้ดีขึ้น

ทางด้าน พ.ต.อ.ชลิต มรกตศรีวรรณ ผกก.สภ.พระยืน เผยว่า คดีดังกล่าวนั้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ต้องหานั่งรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุ และเป็นคนโทรแจ้งตำรวจว่าก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิต และจากการสอบสวนทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากปัญหาหนี้สินในครอบครัว และเรื่องส่วนตัวหลายๆ อย่าง ภายหลังจากทั้งคู่หย่ากัน แต่ก็มีปัญหาหนี้สินถกเถียงกันเรื่อยมาเป็นปีๆ โดยช่วงหลังภรรยาคบหากับผู้ชายอีกคน โดยที่ผู้ต้องหาทราบและขอร้องให้เลิกรา จึงมีการถกเถียงกัน ลักษณะเหมือนรู้สึกถูกหยาม ผู้ตายเย้ยหยันว่าผู้ชายคนใหม่ดีกว่าตัวเอง และในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาไม่ได้ดื่มสุราหรือมีอาการมึนเมา แต่รู้สึกว่าโมโหเกิดอารมณ์ชั่ววูบจึงก่อเหตุขึ้น และเจ้าตัวก็บอกว่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป