แม่เลี้ยงเดี่ยวร้อง “สายไหมต้องรอด” ถูกหนุ่มอ้างเป็นตำรวจ หลอกคบนับปี สงสัยขโมยทอง 8 บาทในตู้เซฟ แม้ฝ่ายชายปฏิเสธ แจ้งความแล้ว แต่เหมือนคดีไม่คืบ 

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่เพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม น.ส.วราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ถูกนายธงชัย ณ นคร อายุ 42 ปี แฟนหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยศ ร.ต.ท.สังกัด บก.น.2 ที่อยู่กินกันนาน 1 ปี  ขโมยทองรูปพรรณ เช่น สร้อยคอทองคำ แหวนทอง สร้อยคอมือทองคำ กำไลทองข้อเท้าเด็ก พระเหลี่ยมทองรวมหนัก 8 บาท เงินสด 3,000 บาท หายเข้ากลีบเมฆ 

น.ส.วราภรณ์กล่าวว่า ช่วงต้นปี 67 ตนรู้จักกับฝ่ายชายผ่านเฟซบุ๊ก และมีการสานสัมพันธ์กัน ฝ่ายชายได้พาตนไปที่บ้านของเขา ก่อนที่จะย้ายมาอาศัยอยู่ที่หอพักของเธอ ฝ่ายชายอ้างว่าเคยเป็นทหารองครักษ์ ในตำแหน่งร้อยโท และได้โอนย้ายมาทำงานเป็นตำรวจในชื่อ “หมวดป๊อบ” สังกัด สน.คันนายาว มีหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด และเคยมีส่วนร่วมในคดีวิสามัญฆาตกรรมที่มีชื่อเสียง เขาเคยนำคลิปวิดีโอมาให้ดู แต่ภาพไม่ชัดเจน ในระหว่างที่คบหากัน ฝ่ายชายได้สวมเครื่องแบบตำรวจทั้งแบบเต็มยศและนอกเครื่องแบบ พาตนไปส่งที่ทำงานและไปทานอาหารตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเคยพาตนไปที่ สน.คันนายาว อ้างว่าไปส่งของให้สารวัตร และให้เธอรออยู่ในรถประมาณ 5 นาที เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ตนเชื่อว่าเขาเป็นตำรวจจริง

...

น.ส.วราภรณ์ เล่าอีกว่า เมื่อคบกันได้ประมาณ 4 เดือน ฝ่ายชายอ้างว่าเขาถูกย้ายไปติดตามสารวัตรคนหนึ่งที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และบัญชีของเขาถูกอายัดเนื่องจาก “ลูกพี่สารวัตร” ได้นำเงินจากการค้ายาเสพติดมาเข้าบัญชีของเขา ทำให้เขาต้องขอยืมเงินจากตนหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 30,000-40,000 บาท 

นอกจากนี้ ฝ่ายชายยังเคยชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะของตน และทำร้ายร่างกาย เมื่อมีการทะเลาะกัน รวมถึงเคยพบยาเสพติดชนิดหนึ่งในกระเป๋าของฝ่ายชายด้วย

ต่อมาแฟนของเพื่อนตนที่เป็นตำรวจ สังเกตเห็นเครื่องแบบของฝ่ายชายที่ดูผิดปกติ จึงช่วยตรวจสอบ แต่ไม่พบข้อมูลชื่อ “หมวดป๊อบ” ในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อตนสอบถามฝ่ายชาย เขายืนยันว่าเขาเป็นตำรวจจริง และความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไปอีกประมาณ 4-5 เดือน กระทั่งตนพบว่า ทองรูปพรรณ ที่เก็บไว้ในตู้เซฟหายไปทั้งหมด รวมถึงกำไลข้อเท้าของลูก ในตู้เซฟเหลือเพียงทองปลอม 3 เส้น ที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อสอบถามฝ่ายชาย เขาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องและไม่ทราบรหัสตู้เซฟ แต่ตนเชื่อว่าเขาน่าจะเป็นผู้กระทำ เนื่องจากอยู่ด้วยกันเพียงสองคน และตนเคยเขียนรหัสตู้เซฟไว้ในสมุดที่วางอยู่บนหัวเตียง

ตนจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.68 ปีที่แล้ว พร้อมพาฝ่ายชายสวมเครื่องแบบตำรวจไปด้วย แต่หลังจากการสอบสวน ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ไม่ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ทอง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และให้ตนไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเอง มีการยืนยันว่าเขาเป็น “ตำรวจปลอม” ตำรวจมีการตรวจค้นห้องพักที่พวกเราอยู่ด้วยกัน พบปืนปลอม 1 กระบอก และปืนไทยประดิษฐ์อีก 1 กระบอก ตนไม่ทราบว่ามีการดำเนินคดีหรือไม่ แต่ฝ่ายชายถูกปล่อยตัวในวันเดียวกัน

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนตัดสินใจเลิกกับฝ่ายชายอย่างเด็ดขาด และมาร้องเรียนในเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากคดีทองไม่คืบหน้า และฝ่ายชายถูกปล่อยตัวออกมา พร้อมทั้งยังพยายามมาราวีและขอคืนดี รวมถึงถ่ายรูปรถและห้องพัก ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ ใน TikTok ของฝ่ายชายยังคงแอบอ้างตัวเป็นตำรวจและสวมเครื่องแบบตำรวจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ ทำให้ตนกลัวว่าจะมีผู้หญิงอื่นตกเป็นเหยื่ออีก

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า คดีนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นเขาจะช่วยประสานงานกับผู้กำกับการสถานีตำรวจห้วยขวาง เพื่อให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุและนำทรัพย์สินกลับคืนสู่ผู้เสียหาย รวมถึงประสานผู้กำกับการสถานีตำรวจคันนายาวเพื่อตรวจสอบบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจปลอม ทำให้สถานีตำรวจได้รับความเสียหาย และตรวจสอบว่ามีตำรวจคนใดรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ที่ปล่อยให้ “หมวดป๊อบ” เข้านอกออกในสถานีตำรวจคันนายาวได้