ทนายบิ๊กโจ๊ก แถลงโต้ปมคลิปเสียงสินบนทองคำ 246 บาท ยันตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวน คดีอาจแพ้ฟาล์ว ขณะที่ปมคลิปเสียง เชื่อใช้ AI ดัดแปลง ประกาศขอเป็นทนายความให้ต่อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 เม.ย. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวโต้แย้งกรณีคลิปเสียง คดีสินบนทองคำ และทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือ "หนึ่ง" (นรต.52) อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 มือปราบคดีดังและอดีตลูกน้องคนสนิทของ "บิ๊กโจ๊ก" โผล่ฟังแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พยายามจะขอเข้าไปร่วมรับฟัง ก่อนที่สื่อมวลชนจะขอความร่วมมือให้ไปรับฟังผ่านทางออนไลน์แทน เพราะเกรงว่าจะเกิดความชุลมุน
หลังจากนั้น ทนายความแถลงข่าว ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง โดยกล่าวในช่วงต้นว่า การดำเนินคดีอาญาในประเทศไทยมี 2 ระบบ คือระบบกล่าวหาสำหรับคดีทั่วไป และระบบไต่สวนสำหรับคดีพิเศษที่เป็นกฎหมายเฉพาะ
กรณีที่มีการกล่าวหาว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกตินั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 236 และมาตรา 237 บัญญัติขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ไว้เป็นการเฉพาะ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาต่อประธานรัฐสภา เพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาให้แต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" มาดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริง
...
หลักการนี้ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินการกับกรรมการ ป.ป.ช. ไว้เป็นการเฉพาะสอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 ที่ระบุว่าอำนาจไต่สวนเป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระเท่านั้น
นอกจากกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว ทนายความยังได้อ้างถึงบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 ที่วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าการดำเนินคดีอาญาแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ มีผลเป็นการตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาปกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 324/2547) และบันทึกกองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. และต้องแนะนำให้ผู้กล่าวหาดำเนินการตามขั้นตอนพิเศษของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาจึงถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อคัดค้านสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนส่งมอบให้อัยการพิจารณา
พร้อมกันนี้ยังได้โต้แย้งการแถลงข่าวของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ว่าอาจเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการให้ข่าวที่กระทบต่อคดีและละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา
หากคลิปดังกล่าวได้มาโดยการดักฟัง ย่อมมีความผิดตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 21 และไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย โดยย้ำว่าตามหลักสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีสิทธิที่จะไม่ถูกประจานหรือลบหลู่เกียรติยศชื่อเสียงผ่านสื่อทุกแขนง
ทนายความระบุอีกว่า ตนได้พูดคุยกับบิ๊กโจ๊ก ยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของบิ๊กโจ๊กอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันใช้เทคโนโลยีลอกเลียนแบบได้ พร้อมทั้งมีการสาธิตให้ดูว่าใครก็สามารถทำได้จริง พร้อมทั้งยอมรับว่า นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด มีความสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง เพราะในอดีตนายสามารถ เคยมาขอคำปรึกษาเรื่องคดีความระหว่างทนายตั้มและเจ๊อ้อย ขอให้บิ๊กโจ๊กหาทนายความให้ จนได้ทนายอู๊ดมาดูแล หลังจากนั้น นายสามารถก็ได้บินไปพักรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นเหตุการณ์ก่อนจะเกิดเรื่องคดีนี้ ดังนั้นลูกความของตนไม่ได้กดดันให้นายสามารถหนีออกจากประเทศไป และทันทีที่เกิดเรื่องลูกความของตนก็ติดต่อนายสามารถไม่ได้อีก
อีกทั้ง ทนายยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในคลิปเสียงมีบางช่วงที่มีการสะอื้น หรือร้องไห้ เป็นเพราะว่าต้องการจะทำให้ชี้นำสังคม เพราะทุกอย่างสามารถทำขึ้นมาเองได้เพื่อให้สมจริง และในคลิปเสียง บิ๊กโจ๊กก็พูดจาไม่ได้ติดขัด ดูไม่เป็นตัวเอง ทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาดัดแปลง และถึงแม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการออกมาเปิดเผยว่าคลิปเสียงดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานแล้วว่าเป็นคลิปเสียงจริง ตนก็ยืนยันที่จะเป็นทนายความให้กับบิ๊กโจ๊กต่อไป
...
ส่วนสาเหตุที่บิ๊กโจ๊กไม่มาแถลงข่าวเอง ยืนยันว่า เจ้าตัวไม่ได้หลบหนี สื่อมวลชนยังสามารถเข้าพบได้ตลอดเวลา และบิ๊กโจ๊กแต่งตั้งตนเป็นทนายความแล้ว จึงอยากให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว