ตร.พร้อมทีมสหวิชาชีพเร่งสอบ เยาวชนวัย 15 ปี กรณีถูกพลทหารล่วงละเมิด งานสงกรานต์ถนนข้าวสาร ชี้หากผู้ต้องหาทำผิดลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร

จากกรณีผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 15 ปี ร้องผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นทหารทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ บริเวณห้องน้ำสาธารณะถนนตานีใกล้ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม. เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.69 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ แจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 เม.ย. 69 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้เสียหายเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี ต้องดำเนินการสอบปากคำโดยทีมสหวิชาชีพ ตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน โดยได้นัดหมายเข้าสอบปากคำในวันนี้ช่วงเวลา 12.00 น. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ยังไม่พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม สำหรับข้อหาเบื้องต้น อาจเข้าข่าย ข่มขืนกระทำชำเรา และความผิดเกี่ยวกับผู้เยาว์ แต่ต้องรอผลการสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามว่ากองทัพบกเตรียมส่งตัวพลทหาร ภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัด กองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 ผู้ต้องหาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า หากพบว่าผู้ต้องหาเป็นทหาร จะต้องพิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาล หากกระทำผิดเพียงลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร แต่หากมีพลเรือนร่วมกระทำผิด จะต้องเข้าสู่กระบวนการศาลอาญาตามปกติ แต่หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานหน่วยต้นสังกัด เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหา และควบคุมตัวตามกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

...

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวผ่านโทรศัพท์ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม พร้อมสหวิชาชีพจะสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ที่ 20 เม.ย.นี้ เตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรับการคุ้มครองพยาน และรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาในค่ายทหาร ทราบว่า ผู้ก่อเหตุยืนยันว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่กลุ่มเพื่อนที่มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีพลเรือนร่วม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต้องรอสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายรวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน