สาวท้อง 3 เดือน ถูกกระบะซิ่งแซงไม่พ้นชนขาขาดกระเด็น ซ้ำแท้งลูก ล่าสุดคนขับกระบะ มอบตัว อ้างไม่รู้ว่าชนคน ปัดหลบหนี


เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นิพนธ์ ศรนรินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย. จนมีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย โดยหนึ่งใน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาด บริเวณถนนพิกุลทอง-บ้านไร่ชาวเหนือ หมู่ 3 ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพิกุลทอง, กู้ชีพ รพ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ สีเขียวขาว ทะเบียน พิจิตร สภาพถูกเฉี่ยวชนจนพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 2 ราย คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจยย. กระดูกขาหักอาการสาหัส และ น.ส.ธัญพร อายุ 20 ปี เป็นผู้นั่งซ้อนท้ายมากับรถจยย. ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถึงขั้นขาขาดกระเด็นลอยมาอยู่บริเวณหน้าร้านปะยางใกล้จุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร

...

ส่วนรถกระบะคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานวิทยุตำรวจสกัดจับ แต่ไร้วี่แวว เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีทางแยกหลายเส้นทาง ประกอบกับช่วงเหตุเกิดเป็นช่วงเวลากลางคืน

จากการสอบถามเบื้องต้น ชาวบ้านทราบว่า น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร ขับรถจยย.มาตามถนนพิกุลทอง-บ้านไร่ชาวเหนือ ซึ่งเป็นถนนฝั่งละ 1 เลน โดยผู้บาดเจ็บขับรถมุ่งหน้าไป อ.ดำเนินสะดวก เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะ ไม่ทราบผู้ขับขี่และทะเบียน ขับมาในทิศทางตรงข้าม ได้ขับแซงรถคันอื่นจนล้ำเข้ามาเฉี่ยวชนรถจยย.ของ น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ราชบุรี

ต่อมา พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงสั่งการให้ จนท.ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกเส้นทาง จนพบรถกระบะต้องสงสัยหลบหนีไปยังแยกห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง ซึ่งทางตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นที่อยู่ของบุคคลขับรถกระบะคันดังกล่าว ก่อนกดดันประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.อ่างทอง ให้บุคคลที่ขับรถกระบะคันดังกล่าวเข้ามอบตัว

ขณะเดียวกันหลัง น.ส.ธัญพร เข้ารักษาตัวที่ รพ.ราชบุรี โดยทางแพทย์ได้แจ้งทางญาติว่า น.ส.ธัญพร นอกจากจะขาขาดอาการสาหัสแล้ว และยังแท้งลูกอายุครรภ์เพียง 3 เดือนเศษอีกด้วย ทำให้ครอบครัว น.ส.ธัญพร ออกมาเรียกร้องให้บุคคลขับรถกระบะดังกล่าวแสดงตัวออกมารับผิดชอบ

ทาง พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงได้สั่งการเร่งด่วนให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี ออกกดดันคนขับรถกระบะอย่างหนักตลอดทั้งวัน เพื่อให้เข้ามามอบตัว

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับนายต่อ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.ธัญพร อายุ 20 ปี น้องผู้หญิงที่ถูกรถชนจนขาขาด และแท้งลูกอายุครรภ์ 3 เดือนเศษ ได้ให้ข้อมูลว่า ล่าสุดตนเองเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาลราชบุรี อาการของลูกสาวตอนนี้ยังโคม่า และกำลังผ่าตัด โดยลูกสาวตอนนี้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ส่วนขาที่ขาดนั้น ได้ถูกแรงชนจนขาดจนถึงสะโพก ซึ่งหมอแจ้งว่าไม่สามารถต่อกลับคืนมาได้แล้ว และต้องพิการตลอดชีวิต

แต่สิ่งที่น่าเสียใจที่สุด ตนเองเพิ่งมาทราบว่า ลูกในท้องของลูกสาว ซึ่งอายุครรภ์ได้ 3 เดือนเศษ ได้เสียชีวิตแล้วในท้อง ตนเองเพิ่งทราบเพราะแยกทางกับแม่ของลูกสาวได้นานแล้ว แต่ยังส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ตลอด ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นคลิปกล้องวงจรปิดเห็นขาของลูกสาวหลุดออกจากร่างกระเด็นลอยไปไกลจากแรงชนของกระบะ ตนเองทำใจไม่ได้ และรู้สึกโกรธแค้นมากที่กระบะคันที่ชนไม่มีแม้แต่เบรกชะลอและจอดรถลงมาดูลูกสาวเลยด้วยซ้ำ อยากให้ตำรวจเร่งล่าตัวและดำเนินคดีกับคนขับกระบะให้ถึงที่สุด รวมไปถึง อยากให้รับผิดชอบและเยียวยาชีวิตลูกสาวด้วยที่ต้องพิการตลอดชีวิต

...

ล่าสุดช่วง 14.00 น. วันนี้ (14 เม.ย. 69) นายเขตรัต อายุ 48 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะสีขาว ทะเบียนราชบุรี ที่เฉี่ยวชน น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร ได้เดินทางมามอบตัวที่ สภ.เมืองราชบุรี โดยให้การเบื้องต้นว่า เมื่อคืนระหว่างเดินทางกลับบ้านที่ ต.อ่างทอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับรถแซงขวารถจยย.ที่ขับอยู่ด้านหน้า และจนได้ยินเสียงกระแทกคิดว่าชนวัวไม่ได้คิดว่าชนรถ จึงได้ขับรถกลับบ้านก่อน จนเมื่อเวลา 02.00 น. ได้ขับรถวนกลับมาดูที่เกิดเหตุอีกครั้งก็ไม่พบใครแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน

นายเขตรัต ยังให้การต่ออีกว่า ตนไม่ได้หนี และไม่รู้ด้วยว่าขับรถชนคน เพราะไม่เห็นแสงไฟจากรถจยย.ที่สวนมาเลย จนตอนเช้ามาทราบข่าวจึงรีบเดินทางมามอบตัวที่โรงพัก

ซึ่งตลอดเวลา นายเขตรัต มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ทีมข่าวพยายามสอบถาม นายเขตรัต คนขับกระบะ เจ้าตัวอ้างว่า ในวันเกิดเหตุตนเองเพิ่งเดินทางกลับจากงานวันเกิดของเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รู้สึกเหมือนขับชนอะไรบางอย่าง แต่สาเหตุที่ไม่ได้จอดรถลงมาช่วยเหลือเนื่องจากคิดว่า “ชนวัว” ไม่คิดว่าชนคน ยืนยันไม่ได้ตั้งใจขับรถหลบหนีส่วนที่เดินทางมามอบตัวกับตำรวจวันนี้เนื่องจากเห็นข่าวในโซเชียลจึงเดินทางมาเพื่อรับผิดชอบ

...

ทีมข่าวพยายามถามต่อมา ในวันเกิดเหตุได้ดื่มมาหรือไม่ ในตอนแรกเจ้าตัวยอมรับว่าดื่ม ก่อนที่จะเปลี่ยนคำพูดว่า ดื่มนั้นคือดื่มน้ำเปล่าและดื่มน้ำอัดลม ไม่ใช่ดื่มเหล้า และยืนยันว่าไม่ได้เมา

เมื่อถามว่าอยากขอโทษผู้บาดเจ็บและลูกในครรภ์ 3 เดือนที่เสียชีวิตหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า เดี๋ยวจะไปขอโทษด้วยตัวเอง ยืนยัน ผมไม่ได้เมา

ต่อมาทีมข่าวยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณสี่แยกเจดีย์หัก จ.ราชบุรี ซึ่งจนท.ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และ จังหวัดราชบุรี ได้ไล่กล้องตลอดทั้งคืนเพื่อติดตามกระบะรายนี้ จนไปพบว่าหลังจากเกิดเหตุ นายเขตรัต ได้ขับรถกระบะไปจอดที่ปั๊มน้ำมันและดูร่องรอยความเสียหายด้านหน้ารถ ซึ่งพบว่า กระจกรถฝั่งคนขับแตก บังโคลนครอบล้อหน้าฝั่งคนขับแตก ล้อรถยางหน้าฝั่งคนขับแตก จึงจอดรถเปลี่ยนยางอะไหล่ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าไปยังแยกห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของ นายเขตรัต

...

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาเบื้องต้นกับ นายเขตรัต 3 ข้อหา ขับรถโดยประมาทให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส, เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุ ก่อนนำตัว นายเขตรัต ไปเจาะเลือดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด หากพบมีปริมาณแอลกอฮอล์ ก็จะตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ส่วน นายเขตรัต จะได้ประกันตัวหรือไม่เพราะได้เดินทางมามอบตัว โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องสอบสวน นายเขตรัต อย่างละเอียด ส่วนในชั้นศาล ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล จ.ราชบุรี