สืบสวนภาค 4 ตะครุบเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวลาว ขณะขนยาบ้าส่งลูกค้า เตรียมขายช่วงสงกรานต์กว่า 1 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 24.9 กรัม ยึดทรัพย์ 6,650,000 บาท
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ ศปก.กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 พร้อม พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายอภิภู หรือ นัท อายุ 34 ปี, นายชินกร หรือมาร์ค อายุ 28 ปี และนายยสินทร หรือเบ็นซ์ อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 1,125,591 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 24.9 กรัม อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 10 นัด
ก่อนจับกุม สืบเนื่องจากมีสายลับแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ว่า มีเครือข่ายของเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว จะลักลอบขนยาบ้าจาก จ.หนองคาย มายัง จ.ร้อยเอ็ด จึงสั่งการให้ กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทำการสืบสวนหาข้อมูลดังกล่าว ซึ่งทราบว่า เป็นเรื่องจริง แต่เป้าหมายเปลี่ยน เพราะเสี่ยโอเปลี่ยนเป้าหมายและเปลี่ยนจุดจัดเก็บยาบ้า จาก จ.ร้อยเอ็ด มายังพื้นที่ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
...
จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 จับตาบุคคลที่ต้องสงสัยหรือบุคคลที่เคยถูกจับคดียาเสพติดแล้วพ้นโทษ จนล่าสุดสายลับแจ้งมาว่า ได้รับการติดต่อจาก นายนัท ว่า “เสี่ยโอ ให้รับยาบ้าล้านกว่าเม็ดไปส่งให้เครือข่ายที่ จ.ร้อยเอ็ด” แต่สายลับปฏิเสธการรับงาน จึงเชื่อว่านายนัทน่าจะให้คนในเครือข่ายตัวเองรับงานดังกล่าว ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 จึงได้วางกำลังไว้ตามจุดที่น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ ต.ท่าพระ ไปยัง จ.ร้อยเอ็ด
จนกระทั่งเวลา 24.00 น.คืนวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนขอนแก่น ขับอยู่บนถนนสายท่าพระ ไป อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม พื้นที่บ้านหนองโข่ย ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่กระบะท้ายรถบรรทุกกระสอบปุ๋ยสีฟ้าเอาไว้ จึงได้สกัดรถคันดังกล่าวเอาไว้ พบ นายเบนซ์กับนายชินกร นั่งอยู่ในรถ ส่วนกระสอบที่กระบะท้ายรถบรรจุหีบห่อยาบ้าเอาไว้ นับได้รวม 540,000 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนเอาไว้ สอบสวนขยายผล
ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การซัดทอดว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายนัท ให้ขนยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้เครือข่ายตามคำสั่งของเสี่ยโอ ที่ จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ก็พบว่ามีการติดต่อกับนายนัทจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปตามหาตัวนายนัท ที่บ้านพักใน ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อพบตัวนายนัท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายนัท พบว่า มีการติดต่อกับเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว และติดต่อกับสายลับของตำรวจ และติดต่อกับผู้ต้องหา 2 คนจริง
จากการสอบสวน นายนัท ทราบว่า เคยติดคุกในคดียาเสพติดมาก่อน และได้รู้จักกับเครือข่ายของเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว เมื่อพ้นโทษออกมา ไม่มีงานทำ จึงได้ติดต่อกับเสี่ยโอ จนเสี่ยโอให้ทำหน้าที่เป็นคนประสานงานระหว่างเสี่ยโอ กับนักบินหรือเครือข่ายยาเสพติดที่ประเทศไทย โดยเครือข่ายของเสี่ยโอจะลักลอบนำยาบ้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังประเทศไทย แล้วเครือข่ายเหล่านี้จะนำยาบ้าไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยว่าจ้างนักบินไปนำยาบ้ามาเก็บไว้ รอส่งให้กับลูกค้าของเสี่ยโอ
ล่าสุดเสี่ยโอ นำยาบ้าเข้ามาในประเทศไทยล้านกว่าเม็ด โดยให้ค่าจ้างในการส่งยาบ้า 1 มัด จำนวน 2,000 เม็ด ราคา 700 บาท จึงได้ให้นายเบนซ์กับนายมาร์ค ทำหน้าที่เป็นนักบิน ในการรับยาบ้ามาเก็บไว้และทำหน้าที่นักบินส่งยาบ้า ตามคำสั่งของเสี่ยโอ โดยนายเบนซ์และนายมาร์ค จะได้ค่าจ้างคนละ 200 บาท ส่วนนายนัทได้ 300 บาท
ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า นายนัท ทำหน้าที่ประสานงานและรับเงินค่าจ้างจากจำนวนยาบ้าที่ส่งให้ลูกค้าแต่ละครั้ง ในส่วนแบ่งมัดละ 700 รับส่วนแบ่ง 300 บาท และจะสั่งการตามคำสั่งของเสี่ยโอ
...
หลังจากจับกุม นายมาร์ค กับนายเบนซ์ ที่ทำหน้าที่จัดเก็บยาบ้า ได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดยาบ้าและยาไอซ์ที่ขุดดินฝังไว้ในที่ดินชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านหนองนิยม ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวมยาเสพติดที่ยึดได้จากการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ในครั้งนี้ เป็นยาบ้า จำนวน 1,125,591 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 24.9 กรัม ซึ่งในส่วนของยาเสพติดที่ยึดได้ในครั้งนี้เชื่อได้ว่า จะนำมาขายให้ลูกค้าในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ส่วนยาไอซ์น่าจะเป็นของแถมให้ลูกค้าที่ซื้อยาบ้าในจำนวนมาก
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดทรัพย์ของนายนัท เป็นโฉนดที่ดิน 2 แปลง บ้าน 1 หลัง มูลค่า 3,500,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท มูลค่า 400,000 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,500,000 บาท รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 500,000 บาท รถเก๋งยี่ห้อฟอร์ดสีบลอนด์ จำนวน 1 คัน มูลค่า 400,000 บาท และเงินสด 200,000 บาท รวมทรัพย์สินที่ยึดจากนายอภิภู หรือนัท อายุ 34 ปี รวม 6,650,000 บาท และแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
...
นายชินกร หรือมาร์ค อายุ 28 ปี ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
นายยสินทร หรือเบ็นซ์ อายุ 29 ปี ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย.