บุกที่ว่าการอำเภอในอยุธยา รวบปลัดอำเภอ ลูกจ้าง นายหน้า รวม 6 คน ขบวนการทุจริตออกบัตรให้คนต่างด้าว พบส่วนมากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน 3 หลัง กว่า 200 คน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 มี.ค.2569 นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ ป.ป.ท. เขต 1 บูรณาการร่วมกับ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., สำนักงาน ป.ป.ช. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลัง เปิดปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เข้าจับกุมผู้ต้องหาทุจริตออกบัตรประจำตัวให้แก่บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ว่าการ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 6 ราย
ประกอบด้วย นายนัฐพงศ์ จันทรเกตุ ปลัดอำเภอวังน้อย (อดีตหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง), นายโกวิท งดงาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและบัตร (ลูกจ้างชั่วคราว) โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนัก อาทิ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันจัดทำหรือใช้เอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งในขณะเจ้าหน้าที่อ่านหมายจับ ผู้ต้องหาทั้งหมดมีอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
นางบุศรา นิกาจี้ นายหน้า และกลุ่มเจ้าบ้านอีก 4 ราย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50
สืบเนื่องจาก ป.ป.ท. เขต 1 ได้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีมีนายหน้านำพาบุคคลต่างด้าวย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เป็นจำนวนมากผิดปกติ มีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเท็จในบ้านเพียง 3 หลัง รวมกว่า 200 ราย ทั้งที่ไม่ได้อยู่อาศัยจริง
...
ป.ป.ท. เขต 1 จึงได้ประสานไปยังกรมการปกครอง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ปรากฏพบว่าฝ่ายทะเบียนและบัตรที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย ได้มีการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ให้กับบุคคลต่างด้าวจริง ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี
โดยตรวจพบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 มีการแจ้งย้ายบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาในทะเบียนบ้าน 3 หลัง โดยมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของห้องทะเบียนของที่ทำการปกครอง อ.วังน้อย เพื่อพาบุคคลต่างด้าวมาดำเนินการดังกล่าว ซึ่งพบพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด ดังนี้
1.แจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จ โดยมีการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อคนต่างด้าว เข้าทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ในพื้นที่ อ.วังน้อย เป็นจำนวนมากผิดปกติ โดยใช้บ้านเป้าหมายเพียง 3 หลัง ซึ่งคนต่างด้าวไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง
2. พบการจัดทำบัตรประจำตัวฯ หลังจากดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในทันที
3. พบการแจ้งย้ายออก เมื่อได้รับบัตรประจำตัวฯ แล้ว จะมีการแจ้งย้ายชื่อคนต่างด้าว ออกจากทะเบียนบ้านทันที หรือภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งแสดงเจตนาว่าการย้ายเข้ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำบัตรฯ เท่านั้น
4. การให้ผลประโยชน์ตอบแทน เจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับการติดต่อจากปลัดอำเภอ หรือ ลูกจ้าง ส.ย. ของที่ว่าการ อ.วังน้อย ให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000-3,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 ราย
ทั้งนี้ การรับแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้าน นายทะเบียนต้องตรวจสอบว่า ผู้ย้ายได้เข้ามาอาศัยอยู่จริงโดยมีเจตนาเปลี่ยนภูมิลำเนา รวมทั้งความสัมพันธ์ของผู้ย้ายกับเจ้าบ้านหรือผู้อยู่ในบ้าน และหากเป็นการแจ้งย้ายผู้เยาว์ต้องตรวจสอบด้วยว่า เป็นการย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ด้วยหรือไม่
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายทะเบียนไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ อีกทั้งการขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามข้อ 8 และข้อ 9 ของระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2562 ต้องยื่นคำขอ ณ สำนักทะเบียนที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ และถ้าเป็นการขอมีบัตรเป็นครั้งแรก ต้องเรียกและตรวจสอบหลักฐานที่บ่งบอกถึงรายการบุคคลของผู้ขอ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือทะเบียนประวัติ และเอกสารที่ทางราชการออกให้ ซึ่งมีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตร ซึ่งหากไม่มีหลักฐานดังกล่าว นายทะเบียนต้องสอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือแทน จำนวน 2 คน
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายทะเบียนไม่ได้มีการสอบถ้อยคำพยานเพื่อยืนยันตัวบุคคลผู้ขอมีบัตรและไม่พบเอกสารการสอบถ้อยคำ ทั้งในแฟ้มเก็บเอกสารและในฐานข้อมูลการทะเบียนแต่อย่างใด
...
พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน สืบสวนร่วมกันสมบูรณ์แบบ เป็นการอาศัยช่องโหว่ของระเบียบทะเบียนราษฎร ในการออกบัตรให้คนไม่มีสัญชาติ หรือบัตรชมพู ให้กับเด็กที่เกิดในประเทศไทย พ่อกับแม่เป็นคนต่างด้าว เหล่านี้จะได้รับสิทธิ สวัสดิการที่ประเทศให้ ทั้งการเรียนฟรี รักษาฟรี ทำให้เราเสีย งบประมาณจำนวนมาก จากพฤติกรรมพบว่ามีการนำคนที่ไม่มีสัญชาติ มาขึ้นทะเบียนย้ายให้เข้าอยู่ในทะเบียนบ้านจำนวนมากแล้วย้ายออก บ้านบางหลังเป็นบ้านขนาดเล็ก แต่มีคนย้ายเข้าอยู่จำนวนมาก และบางหลังเป็นบ้านร้าง และยังมีพฤติกรรมในการให้เจ้าบ้านเป็นพยานเท็จในการยินยอมให้บุคคลเข้ามาอยู่ภายในบ้าน มีการมอบค่าจ้างให้ ซึ่งชุดจับกุมมีการรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 จะมีการสืบสวนขยายผลต่อไป ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องไม่ได้จบแค่ที่ปลัดอำเภอ หากพบพยานหลักฐาน เราจะดำเนินการทั้งหมด
นายอำเภอวังน้อย กล่าวว่า การขอมีบัตรชมพูของสำนักทะเบียนวังน้อย จะจัดให้มีการทำสัปดาห์ละ 1 วัน ในวันพฤหัสบดีช่วงบ่ายเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ อ.วังน้อยมีกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในพื้นที่จำนวนมาก และเริ่มเห็นความผิดปกติ มีการเริ่มทำนอกเหนือวันที่มีการกำหนด มีรถตู้ รถยนต์ชนิดต่างๆ นำคนเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก และพบการย้ายเข้าบ้านผิดปกติจึงเริ่มการสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย และมีการสั่งหยุดการรับขึ้นทะเบียนไว้ชั่วคราว และทางกรมการปกครองมีการเข้ามาสอบสวนพอดี จึงมีการประสานข้อมูลและภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปพบพยานหลักฐาน