ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เซ็นหนังสือคำสั่งฟัน 8 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัด ระดับสารวัตรยันชั้นประทวน ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เซ่นปมร้อนอุ้มรีดทอง 2 บาท เผยนำตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรีแล้ว ทั้งหมดอยู่ในอาการเครียด และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ สภ.ธัญบุรี จากกรณีฉาววงการสีกากี เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี จำนวน 8 นาย ก่อเหตุบุกค้นบ้านและอุ้มหญิงสาวผู้เสียหาย พร้อมสามีไปรีดทรัพย์เป็นทองคำหนัก 2 บาท แลกกับการปล่อยตัว จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

...




ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาทั้ง 8 นาย ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วิชาญ จันทศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ธัญบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.จรินทร์ อธิษฐานนท์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เข้าร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง

พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า วันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้ง 8 นาย รวมถึงพลเรือนที่ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน ในข้อหาหนัก ประกอบด้วย มาตรา 148, 149 เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจและจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ โทษจำคุก 5-20 ปี ตลอดชีวิต หรือสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โทษจำคุก 1-10 ปี มาตรา 310, 337 กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมกระทำตามโดยขู่เข็ญ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี




ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน และได้นำตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรีแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในอาการเครียดและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ดังนั้นทางพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ มัดตัว หากพบความผิดเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้

ส่วนทองคำหนัก 2 บาทนั้น ขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ ฝากเตือนสติไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายว่า การเป็นตำรวจต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าทำตัวนอกลู่นอกทาง สังคมกำลังจับตามอง ผู้บังคับบัญชาระดับสูง พยายามขับเคลื่อนองค์กรให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งตนได้พยายามเน้นย้ำและปลูกจิตสำนึกเรื่องนี้ในทุกครั้งที่มีการประชุม

...



ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายไปออกรายการโหนกระแส และระบุว่า มีรถยนต์ปริศนาขับไปวนเวียนหน้าบ้านนั้น พล.ต.ต.พีรพล ระบุว่า ตนเพิ่งทราบเรื่อง แต่ได้ยืนยันกลางรายการไปแล้วว่า สามารถโทรศัพท์ติดต่อตนได้ตลอดเวลา เพื่อให้ความมั่นใจและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้เสียหาย สำหรับประเด็นกล้อง Body Cam (กล้องติดตัวตำรวจ) ตามระเบียบแล้วเจ้าหน้าที่ต้องติดตัวและเปิดใช้งานตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดีด้วย.