ดีเอสไอ แจงยุติดำเนินคดี “พระธัมมชโย” ยันประสานงานจับกุมตัวผู้ต้องหามาตลอด ทั้งในและต่างประเทศ ไม่มีผลคดีแพ่ง ปปง. เดินหน้ายึด อายัดทรัพย์ “วัดพระธรรมกาย” คืนให้ผู้เสียหาย 1,458 ล้าน

วันที่ 27 มี.ค. 69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจกเอกสารชี้แจงกรณีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีถึงฎีกา - ผู้ต้องหาที่หลบหนี ออกหมายจับติดตามจับกุมตลอด จนหมดอายุความ อัยการสั่งยุติดำเนินคดีจริง ระบุว่าตามที่ปรากฏทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กรณีพนักงานอัยการ มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวแล้ว ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อ พ.ศ.2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับดำเนินคดีอาญา กรณีมีผู้กล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ช่วงระยะเวลาเกิดเหตุระหว่าง พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 เป็นคดีพิเศษ โดยคดีดังกล่าวได้มีการดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานและผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมทั้งผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นเหตุให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย กว่า 13,000 ล้านบาท

ต่อมามีการสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินพบว่าพระธัมมชโย และบุคคลเกี่ยวข้องมีการรับโอนเงินจากสหกรณ์ฯ ไปโดยมิชอบ มูลค่ารวมประมาณ 1,458 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงแยกกรณีดังกล่าว มาทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 ทางคดีสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หนึ่งในจำนวนดังกล่าวคือ พระธัมมชโย ซึ่งพระธัมมชโยไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และมีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงร้องขอต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับพระธัมมชโย และได้มอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ติดตามจับกุม รวมทั้งประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตามจับกุมภายในประเทศ นอกจากนั้นยังมีการประสานความร่วมมือไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงในการประกาศสืบจับไปยังต่างประเทศด้วย

...

สำหรับนายศุภชัย กับพวก ที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงินและอัยการฟ้องต่อศาลแล้ว ปัจจุบันศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริง และในส่วนมาตรการทางแพ่ง วัดพระธรรมกายได้คืนเงินจำนวน 1,458 ล้านบาท ไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นให้กับผู้เสียหายแล้ว และเนื่องจากคดีนี้ เหตุเกิดระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2554 ซึ่งอายุความฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 มีอายุความ 15 ปี และอัยการเห็นว่าสำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนี สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเนื่องจากคดีขาดอายุความ จึงแจ้งยุติการดำเนินคดีมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าได้มีการประสานงานในการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดมา และกรณีคำสั่งอัยการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย อนึ่ง สำหรับมาตรการทางแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) รับผิดชอบดำเนินการ ยังคงมีการยึดอายัดอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเพื่อพิจารณาคืนทรัพย์ให้กับสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เสียหายต่อไป