กลายเป็นประเด็นดราม่า ปมโจ๋ลำปางขี่ จยย.ท่อดัง ออกมายันรถรุ่นพี่ออกจากบ้านย่านแม่เมาะ มุ่งหน้าหาปั๊มเติมน้ำมันกลางดึก พอเห็น ตร.ขี่จยย.ไล่ตาม ตกใจ กลัวถูกจับท่อดัง รีบบิดหนีไม่คิดชีวิต กลับโดนยิงใส่ 2 นัด ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงที่บริเวณถนนวชิรวุธดำเนิน ก่อนขึ้นดอยพระบาท ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยและตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองลำปาง

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบ เด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาวอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง สภาพนั่งคร่อมรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ 100 สีแดง อยู่บริเวณราวกั้นร่องกลางถนน โดยหันหน้ารถ จยย.ในลักษณะย้อนศร จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าเด็กชายคนดังกล่าวถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ข้อพับแขนซ้ายจำนวน 1 นัด เลือดไหลออกมาจำนวนมากเปื้อนรถ จยย.และหยดลงพื้นถนนเป็นแนวยาวกว่า 30 เมตร กู้ภัยรีบปฐมพยาบาล ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ลำปาง ล่าสุดเด็กชายเอ พ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถ จยย.เก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง และจะได้สอบสวนปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บว่า เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนได้รับบาดเจ็บ

...



ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้คลิปที่ถ่ายจากมือถือซึ่งพลเมืองดีถ่ายเอาไว้ ขณะเกิดเหตุ โดยในคลิปจะเห็นตั้งแต่คนเจ็บยังนั่งคร่อมรถ จยย.อยู่และมีอยู่ช่วงหนึ่งคนถ่ายคลิปได้บอกว่า “โดนตำรวจยิง”

รายงานข่าวแจ้งว่า รถ จยย.ของเด็กชายเอ มีลักษณะแต่งท่อเสียงดัง คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเด็กแว้น ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการกวดขันจับกุมกันอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (25 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ 3 แยกไฟแดงผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง โดยได้กล้องวงจรปิดมา ในภาพจะเห็นรถ จยย.จำนวน 2 คันวิ่งผ่านไปคันแรก คาดว่าเป็นของเพื่อนคนเจ็บ ส่วนคันที่ 2 คาดว่าเป็นรถ จยย.ของคนเจ็บ และต่อมาก็จะเห็นมีรถกระบะของชาวบ้านวิ่งตามมา และคันสุดท้ายเป็นรถ จยย. ซึ่งคาดว่าเป็นของตำรวจนายหนึ่งที่ขี่ไล่ตามเด็ก 14 และเพื่อน

จากการสอบถามพลเมืองดี ทราบว่าเด็ก 14 รายดังกล่าว เป็นคนพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง ก่อนเกิดเหตุเด็ก 14 มาหาเพื่อนที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กันในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ เพื่อจะชวนกันเข้าไปในเมือง เพื่อจะไปรับเพื่อนอีกคนที่กำลังจะเลิกงาน

โดยทั้งคู่ขี่รถ จยย.มาคนละคัน แต่รถ จยย.ทั้งสองคันนั้น น่าจะมีการแต่งท่อไอเสียทำให้มีเสียงดัง กระทั่งทั้งคู่ขี่มาถึงตรงแยกไฟแดงผาลาด ก็มีตำรวจออกมาจากป้อมที่อยู่ใกล้เคียง และได้ขี่รถ จยย.ไล่ตามมา ทำให้เด็กตกใจ จึงขี่รถหลบหนีและขี่ข้ามร่องกลางถนนในช่วงก่อนขึ้นเนินแล้วขี่รถ จยย.ย้อนศรขึ้นไป และตำรวจก็ไล่ตามไป จนกระทั่งช่วงขาลง มีการยิงปืนขู่ไป 1 นัด แต่ไม่โดน กระทั่งเกือบจะถึงจุดเกิดเหตุก็มีการยิงปืนอีก 1 นัดทำให้เด็ก 14 ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว


ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบนายบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเด็ก 14 ที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองจะไปรับแฟนสาวที่ทำงานอยู่ที่อำเภอห้างฉัตร แต่ว่าน้ำมันเหลือน้อยจึงเรียกให้น้อง 14 มาที่บ้าน และช่วยขี่รถ จยย.ยันรถของตนเองโดยตีคู่กันไป จนกระทั่งถึงช่วงป้อมตำรวจสามแยกไฟแดงผาลาด ตำรวจเห็นก็เลยจะไล่ตามมา ตนเองเลยตัดสินใจสตาร์ทรถ จยย.แล้วก็พากันบิดหนีไม่คิดชีวิต

ซึ่งในภาพกล้องวงจรปิด จะเห็นรถของตนเองเป็นคันแรก รถคันที่สองเป็นของน้อง 14 รถคันที่สามเป็นรถกระบะของชาวบ้าน และรถคันที่สี่เป็นรถ จยย.ของตำรวจที่ไล่ตามมา กระทั่งถึงช่วงกลางเขา ตนเองกับน้อง 14 ก็ขี่รถข้ามร่องกลางถนน ซึ่งเป็นเกาะกลางเก่าแล้วขี่ย้อนศรไป ตอนนั้นบิดรถเต็มที่ ขี่นำหน้าน้อง 14 กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถน้อง 14 เขาเหมือนไปต่อไม่ไหว แสงไฟรถหยุดอยู่ตรงนั้น ตนเองก็มองดูอยู่ตอนแรกคิดว่าตำรวจคงจับน้องเฉยๆ แต่สักพักตำรวจก็เห็นตนเองและไล่ตามตนมา ตนจึงขี่รถหนีไปทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก่อนที่น้ำมันจะหมดจึงทิ้งรถแล้ววิ่งไปในป่าข้างทาง ก่อนที่จะซ่อนตัวอยู่ประมาณ 30 นาที คิดว่าตำรวจคงไม่มาแล้ว จึงเข็นรถไปหาเพื่อนและไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันแถวแยกสนามบิน และไม่คิดว่าตำรวจจะยิงน้องเขา หากรู้ว่าน้องถูกยิงคงเข้าไปช่วยแล้ว

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าแต่งรถและท่อไอเสียเสียงดัง จึงกลัวตำรวจจับ จึงขับหนีดังกล่าว



ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียล มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก มีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น “ดูจากตัวรถคันนี้ ยังเป็นทรงลุงอยู่ แต่ท่อไม่ใช่ของเดิมติดรถ สงสัยเสียงท่ออาจจะไปทะลุประสาทหูของใครบางคน แต่ยังไงก็ขอให้หายเร็วๆ นะไอ้หนู”

ความคิดเห็นหนึ่งบอกว่า “ไม่รู้ที่โดนคือสาเหตุอะไร ดูจากเวลาและด้วยอายุ 14 นอนอยู่บ้านเชื่อฟังพ่อแม่ ปัญหาจะไม่เกิดแน่นอน”

และ “ยังไงก็แล้วแต่น้องเขาไม่ควรถูกยิง ไม่ว่าจะมีเหตุหรือไม่มีเหตุอันใด ขอให้จับได้เร็วๆ แล้วแถลงข่าวให้คนลำปางรู้กันด้วยนะคะ”

...