“รองเต่า” เผย ตำรวจ ปปป. เตรียมส่งสำนวน ปมคดี “บิ๊กโจ๊ก กับพวก ติดสินบนทองคำ 246 บาท” ให้อัยการ หลังแจ้งข้อหา “สรพงศ์” มือซื้อทอง กร้าวยันไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ ระมัดระวังและรอบคอบในทุกขั้นตอน


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคดีนำทองคำน้ำหนัก 246 บาท ไปติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า หลังนายสรพงศ์ วงษ์สุวรรณ หนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นคนจัดซื้อทองคำดังกล่าว เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวานนี้(18มี.ค.) แต่กลับไม่รู้ตัวว่าถูกออกหมายจับเพราะไม่มาพบตำรวจตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แต่กลับยังมีความพยายามจะขอเลื่อนอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีพฤติการณ์ประวิงเวลา จึงขอศาลออกหมายจับ เมื่อผู้ต้องหามาปรากฏตัวจึงจับกุมและแจ้งข้อหา “ร่วมกันให้สินบนกับเจ้าพนักงาน” ก่อนจะสอบปากคำและอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการแยกสำนวนการดำเนินคดีออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ สำนวนของ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งไปยังรัฐสภาและศาลฎีกาแล้ว มีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบตามขั้นตอน ส่วนสำนวนผู้ต้องหาอีก 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (อดีต รอง ผบ.ตร.), นายสมบัติ ธรธรรม (อนุกรรมการ ป.ป.ช.), นายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด กอนแก้ว, นายสรพงศ์ วงษ์สุวรรณ, นายสุรสิทธิ์ แพเกิด โดยในส่วนของกลุ่ม 5 รายนี้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องกลับมาให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป.ดำเนินการตาม มาตรา 61 วรรคสอง ขณะนี้สำนวนมีความพร้อมเกือบ 100% เหลือเพียงการตรวจสอบความเรียบร้อยเล็กน้อย ก่อนจะส่งให้อัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป

กรณีที่ทนายความของผู้ต้องหาบางส่วนได้ดำเนินการแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันว่า ชุดทำงานยังมีกำลังใจดีเยี่ยม และยึดถือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“เรารู้อยู่แล้วว่าทำคดีแบบนี้ต้องมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำถูกใจใครหรือไม่ เราก็ถูกฟ้องอยู่ดี ดังนั้นต้องระมัดระวังและรอบคอบในทุกขั้นตอน” รอง ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้าย

...