ตำรวจ ปอศ.ออกหมายเรียก “กฤตย์อิชย์” สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพี่ชาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษี 7.4 ล้านบาท วันนี้ พบมีเพียงพี่ชายคนรอง เข้ามาพบตำรวจเพียงรายเดียว ตัวกฤตย์อิชย์ ใช้เอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง ส่วนพี่ชายคนโตติดต่อไม่ได้

จากกรณี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าไปรับทราบข้อหากรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี ว่า เหตุเกิดเมื่อปี 2559-2562 นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 มี.ค.2569 ที่ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ. กล่าวถึงกรณีนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพี่ชายและน้องชาย ถูกพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ.ออกหมายเรียก เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา คดีหลบเลี่ยงภาษี 7.4 ล้านบาท ว่า

วันนี้มีเพียงพี่ชายคนรองของนายกฤตย์อิชย์ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพียงผู้เดียว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา เลี่ยงภาษี พร้อมปล่อยตัวกลับไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก รวมทั้งไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี สำหรับตัวนายกฤตย์อิชย์ ขณะนี้มีเอกสารสิทธิ์การเป็น สส.คุ้มครองแล้ว รวมทั้งช่วงนี้เปิดสมัยประชุมแล้ว จึงยังไม่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา

สำหรับคดีหลบเลี่ยงภาษีนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาประกอบด้วย นิติบุคคล พี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองของนายกฤตย์อิชย์ รวมทั้งตัวนายกฤตย์อิชย์ ด้วย ส่วนตัวพี่ชายคนโตนายกฤตย์อิชย์ ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนคดีนี้เกิดขึ้น เมื่อปี 2559-2562 เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์ ตั้งห้างหุ้นส่วนทำกิจการรับเหมาก่อสร้าง เมื่อปี 2530 ต่อมาบิดาของนายกฤตย์อิชย์ รับดูแลห้างหุ้นส่วนดังกล่าว กระทั่งเมื่อบิดาของนายกฤตย์อิชย์เสียชีวิต ทำให้กิจการนี้ตกทอดมาถึงภรรยาและบุตร แต่เมื่อทำกิจการต่อได้สักระยะ ประสบปัญหาถูกกลั่นแกล้งงานด้านรับเหมาก่อสร้าง จึงทำให้กิจการขาดทุน และไม่มีเงินชำระภาษี จาก 1.7 ล้าน รวมดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นรวมยอดทั้งสิ้น 7.4 ล้านบาท.

...