อินฟลูเอนเซอร์ สุดงง โดนโจรบุกคอนโดมิเนียม ใจกลางโคราช ยกตู้เซฟหนัก 250 กิโลกรัม กวาดทองคำแท่ง 35 บาท พร้อมพระเครื่อง มูลค่ากว่า 3 ล้าน หายลอยนวล ตำรวจเร่งล่าตัว


วันที่ 16 มีนาคม 2569 น.ส.พรรณราย เข็มมี ผู้เสียหาย อายุ 33 ปี ชาวอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร รู้จักในโลกออนไลน์ชื่อ “มดตานอย” หรือ มดออย ได้นำเอกสารใบแจ้งความมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน หลังถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในห้องพักคอนโดมิเนียม ที่อยู่ใจกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยคนร้ายยกตู้เซฟนิรภัยไปทั้งตู้ ทั้งๆ ที่มีความสูง ประมาณ 1.28 เมตร และมีน้ำหนักราว 250 กิโลกรัม ออกไปจากคอนโดมิเนียม หายไปอย่างปริศนา เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดย น.ส.พรรณราย ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า “ตนได้ทราบว่าทรัพย์สินสูญหาย หลังจากกลับเข้าห้องพักในวันเกิดเหตุแล้ว โดยแฟนของตนได้เปิดตู้บิวต์อินภายในห้อง และพบว่า ตู้เซฟที่ซ่อนอยู่ด้านในตู้บิวต์อินได้หายไป รู้สึกตกใจและช็อกอย่างมาก เพราะตู้เซฟมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก อีกทั้งถ้ามองจากภายนอก จะมองไม่เห็นตำแหน่งที่เก็บตู้เซฟ เพราะต้องเปิดตู้บิวต์อินก่อนจึงจะพบ

...

และจากการตรวจสอบทรัพย์สินที่เก็บไว้ภายในตู้เซฟ พบว่า มีทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการ ได้หายไปพร้อมกับตู้ ประกอบด้วย ทองคำแท่ง หนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่ง หนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่ง หนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง รวมทองคำแท่งทั้งหมดน้ำหนัก 35 บาท นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินอื่นภายในตู้เซฟอีก อาทิ สร้อยข้อมือเลส “หลวงพ่อรวย” น้ำหนัก 4 บาท เลี่ยมกรอบทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณ เลี่ยมกรอบทองคำ มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการงัดแงะ หรือการรื้อค้นทรัพย์สินอื่นแต่อย่างใด โดยประตูห้องพักยังคงสภาพปกติ จึงเชื่อว่า คนร้ายอาจเข้ามาก่อเหตุในช่วงที่ไม่มีใครอยู่ในห้อง และมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ตู้เซฟมีน้ำหนักถึง 250 กิโลกรัม เชื่อว่าการเคลื่อนย้ายไม่น่าจะทำได้เพียงคนเดียว แต่อาจต้องใช้คนอย่างน้อย 3 คนขึ้นไป และบริเวณหน้าห้องกับภายในตัวอาคาร ก็มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่หลายจุด แต่กลับไม่พบวี่แววของคนร้ายที่มาก่อเหตุ”

น.ส.พรรณราย ยังเปิดเผยอีกว่า “ล่าสุดที่เห็นตู้เซฟยังอยู่ภายในห้อง คือเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะมาเปิดดูอีกครั้งในวันที่ 14 มีนาคม 2569 และพบว่าตู้เซฟหายไป เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาว แต่ปกติผู้ที่เข้าออกห้อง จะมีเพียงตนและแฟนเท่านั้น กุญแจห้องมีทั้งหมด 2 ชุด ซึ่งตนและแฟนถือไว้ 1 ชุด และอีกชุดฝากไว้กับนิติบุคคลของคอนโดมิเนียม โดยหลังเกิดเหตุ ได้สอบถามข้อมูลกับนิติบุคคลของคอนโดมิเนียม ซึ่งวันนี้ นิติบุคคลแจ้งว่า ได้ส่งไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา”

นอกจากนี้ น.ส.พรรณราย ผู้เสียหาย ยังต้องการตรวจสอบความชัดเจน จึงเตรียมเดินทางไปยังสถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็ว เนื่องจากทรัพย์สินที่สูญหายมีมูลค่าสูง และเหตุการณ์ดังกล่าว อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของลูกบ้านภายในคอนโดมิเนียมด้วย

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานภายในห้องพักอย่างละเอียด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อป้องกันความเสียหายต่อรูปคดี หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนพยานและพิมพ์ลายนิ้วมือเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจตามขั้นตอนกฎหมาย.

...