ผบช.น. คาดภายในสัปดาห์นี้ จ่อออกหมายจับอีก 4 ราย ทีม “ไอ้อาร์ต” อุ้มฆ่าเผาอำพรางศพ "ผู้จัดการท็อป" คุมตัว “ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ” หัวหน้าทีมอุ้มฆ่า ฝากขังศาลอาญา
จากกรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือ ท็อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ เมื่อวันที่ (18 ก.พ.) โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 จัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ กระทั่ง 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูกในห้องน้ำบ้านร้าง จ.ลพบุรี ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 มี.ค. 69 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว สน.สุทธิสาร รู้ตัวหมดแล้ว โดยการช่วย “นายภูเมธ เงินศรีชัย หรือ อาร์ต” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญานำศพผู้ตายเผาอำพราง ส่วนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุร่วมอีก 4 คน คาดว่าภายในอาทิตย์นี้จะแล้วเสร็จ
ด้านพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง “นายภูเมธ หรือ อาร์ต” มีการเรียก 4 คน ให้มาช่วยอุ้มอำพรางศพ ประสานกับนายสรวีร์ ผู้จ้างวานรายละเอียดขอสงวนไว้ อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ หากกระทำความผิด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาในเรือนจำ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมมีข้อมูลพยานหลักฐานค่อนข้างครบ จึงไม่กังวล ถึงแม้จะยังไม่ได้มีการสอบปากคำเพิ่มเติม
ต่อข้อถามว่า 4 คนยังอยู่ภายในประเทศหรือไม่ ขณะนี้เชื่อได้ว่ายังคงอยู่ภายในประเทศ หากไม่อยากถูกจับกุมให้รีบมามอบตัว ทั้งนี้ ขอให้ได้ตัวก่อน จึงจะดูความเชื่อมโยงได้ ไม่ว่าจะมอบตัวหรือไม่มอบตัว ก็เป็นเรื่องของพวกเขา แต่ทางตำรวจจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้อง
...
เมื่อถามว่าการลงมือฆ่าเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น ผู้เสียชีวิตอยู่กับทุกคน ผู้ต้องหาทั้ง 8 คน อยู่บริเวณดังกล่าวในห้วงเวลาที่ผู้เสียชีวิตอยู่ ไม่รวมนายสรวีร์ แต่ใครจะลงมืออย่างไรนั้น จะดูพยานหลักฐานต่าง ๆ ต่อไป
คุมตัวหัวหน้าทีมอุ้มฆ่า ฝากขังศาลอาญา
ส่วนที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 13.00 น. พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร นำตัว “ว่าที่ ร.ต.ภูเมธ เงินศรีชัย” ผู้ต้องหาในคดีกลุ่มผู้ต้องหาอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ มาฝากขังต่อศาลอาญาครั้งแรก
โดยพฤติการณ์แห่งคดีคือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายรุทธ์ มณีประเสริฐได้เข้าแจ้งความว่าไม่สามารถติดต่อนายรุทธ์ได้ ต่อมาจากการสืบสวนพบว่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.20 น. มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน บังคับเอาตัวผู้เสียหายไปยังบ้านเช่าย่านสมุทรปราการ โดยร่วมกันบังคับนายรุทธ์ให้อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนนำโทรศัพท์และรหัสผ่านจำนวน 2 เครื่องไป โดยมีคนร้ายอีก 2 รายเป็นผู้สั่งการ โดยร่วมกันฆ่านายรุทธ์จนถึงแก่ความตายและนำศพไปทิ้งและเผาที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
พนักงานสอบสวนขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ได้แก่ 1.“นายจักรพันธ์ หรือเจ สมเสร็จ” 2.“นายพงศ์สิษฐ์ หรือเป้ มลิพันธุ์” 3.“นายอภิสิทธิ์ หรือปอนด์ หนูงามเข็ม” 4.“นายสิทธิโชค หรือแบล็ค โชครัตนคีรี” 5.“นายเผ่าทอง หรืออั้ม ทองวิไล” 6.“นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ชุมนุม” เป็นผู้ต้องหาที่ 1-6 ฐานเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และ 7.“นายวีรวิชญ์ หรือขวัญ พิทักษ์ทรัพยากร” 8.“นายภูเมธ หรือ อาร์ท เงินศรีชัย” เป็นผู้ต้องหาในฐานะเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด
จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายสรวีร์ รัฐพิทักษ์ถิรดา ได้กระทำความผิดโดยเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิด ส่วน น.ส.เบญญา รัฐพิทักษ์ ได้ว่าจ้างเพื่อหาข้อมูลและติดตามตัวผู้ถูกอุ้ม จนผู้ต้องหาคนอื่นสามารถอุ้มผู้ถูกอุ้มได้ จนกระทั่งเกิดเหตุเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งและเผาทำลาย ก่อนจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง และนำตัวส่งฝากขัง
ต่อมาพนักงานสอบสวนยกเลิกและออกหมายจับใหม่แก่นายภูเมธ ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายภูเมธได้บริเวณสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว จ.หนองคาย การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดและร่วมกันกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ ลอบฝัง ซ่อน เร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย อั้งยี่ ซ่องโจร ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการสิ่งใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 84, 199, 209, 210, 289, 309, 310, 340 วรรคห้า ตรี
...
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วแต่ต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 16 มีนาคม 2569 ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2569
พนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเป็นความผิดในพฤติการณ์กระทำความผิดหลายท้องที่ที่มีพยานหลักฐานต้องแสวงหาและรวบรวมอีกหลายรายการซึ่งมีพยานบุคคล วัตถุพยาน เอกสารเชิงพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง คดีมีอัตราโทษสูงและประชาชนให้ความสนใจ หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปข่มขู่ ยุ่งเหยิงกับพยาน หรือขัดขวางการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดี
จากนั้น ศาลอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมานายภูเมธ ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา