สตม. ร่วมกับ ปปง. ยึดทรัพย์สินแก๊งผู้ต้องหาชาวจีน แฮ็คข้อมูลบัตรเครดิตรวม 25 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท


วันที่ 12 มีนาคม 2569 จากกรณี เจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมกับชมรมป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ทำการสืบสวนกรณีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิต (Phishing) ของผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ จากนั้นนำข้อมูลบัตรเครดิตไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น 

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยใช้บ้านแห่งหนึ่งบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ เขตบางชัน ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติค้นต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งต่อมาศาลอาญามีนบุรี อนุมัติหมายค้นที่ ค.418/2568 ให้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว 

จากการตรวจค้นสามารถขยายผลไปยังตัวการที่กระทำความผิดและบ้านที่ใช้กระทำความผิดได้เพิ่มเติม คือ MR.YUPENG AN สัญชาติ จีน พร้อมพบพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับข้อมูลบัตรเครดิต, โทรศัพท์มือถือที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากว่า 70 เครื่อง , ทองคำ 21 บาท ,เงินสกุลดิจิทัล 264,179 USDT ,รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าได้ใช้หรือได้มาจากการกระทำความผิด จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้รายงานการจับกุมความผิดมูลฐานให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่ดำเนินการตรวจยึดตามกฎหมายต่อไป

ต่อมา ศาลอาญามีนบุรีพิพากษาผู้ต้องหา ตามคดีแดงที่ อ.766/2569 ลงวันที่ 19 ก.พ. 2569 ลงโทษจำคุก 2 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน ๒๕ รายการ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่ง ย.18/2569 ลง 11 ก.พ.2569 ที่ทำการตรวจยึดไว้ โดยในวันที่ 12 มี.ค.69 สตม. ได้ส่งมอบทรัพย์สินรวม 25 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

...

อย่างไรก็ตาม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากผู้ต้องหาในรูปแบบ Software Wallet แบบไม่ยืนยันตัวตน(non-Custodial wallet) จนสามารถนำส่งให้กับ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายได้สำเร็จ.