“เต้ อาชีวะ” พา “เฮียตี๋” เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ยกมือไหว้ขอโทษสังคมแทนน้อง ลั่นเดินหน้าปกป้องศักดิ์ศรีคนไทยต่อ ยอมรับมีกลุ่มไม่หวังดี หยิบประเด็นเรื่องส่วยมาโจมตี ยันที่ผ่านมาเวลาลงไปเคสต่างๆ ไปด้วยใจควักกระเป๋าใช้เงินของตัวเอง พร้อมย้อนถามผู้ใหญ่บ้าน หนุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ทำคุณงามความดีอะไรให้กับประเทศ คนอื่นกว่าจะได้สัญชาติก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
จากกรณี คลิปวิดีโอเหตุการณ์หนุ่มชาติพันธุ์ ชายชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่ง ถูกทำร้ายร่างกายจนเลือดกบปาก บริเวณหน้าร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียของ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” หรือ “เฮียตี๋ ไทยไม่ทน” (ซึ่งก็คือ นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม “ไทยไม่ทน”) โดยมี นายเดช อายุ 27 ปี เป็นคู่กรณี ซึ่งระบุว่าเป็นการลงโทษชายคนดังกล่าว หลังถูกกล่าวหาว่าไปทำร้ายคนไทยก่อน โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย และอีกฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้กำลังลักษณะคล้าย “ศาลเตี้ย” ต่อมา นายสุขสวัสดิ์ ทับมาโนช หรือ มดดำ ฝั่งธน พลเมืองดี และ นายธวัชชัย จันทราลักษ์ หรือ โอ แฝดนรก ได้พาผู้เสียหาย คือ นายเดช อายุ 27 ปี กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ที่อยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีกับนายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี หรือ “เฮียตี๋กระทะร้อน” ในข้อหาทำร้ายร่างกาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
...
ต่อมา เวลา 17.30 น. ( 10 มีนาคม 2569 ) นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ เต้ อาชีวะ สมาชิกกลุ่ม “ไทยไม่ทน” ได้พา นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี หรือ “เฮียตี๋กระทะร้อน” เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย นายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก หรือ “เฮียตี๋” มีสีหน้าเคร่งเครียด ( เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้นอน 2 วัน )
นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ เต้ อาชีวะ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนจะมีเรื่อง “ตี๋” ซึ่งเป็นน้อง ได้ปรึกษาตลอดเพราะว่าอยู่ในทีมงานเดียวกัน และทราบว่านายเดช เป็นบุคคลต่างด้าว ที่มีพฤติกรรมชอบตัวกร่าง ทำร้ายร่างกาย และดูถูกคนไทย โดยมีพยานเป็นเพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลใกล้ตัวของนายเดช และที่สำคัญ อยากให้มองว่าการที่เค้าถือบัตรสีชมพู ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะออกให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว ที่เข้ามาทำงานในไทย ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน ของหมู่บ้านนายเดช ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเค้าเป็นคนดีเคยมาเห็นพฤติกรรมที่เค้าทำหรือเปล่า ควรจะให้สัญชาติไทยหรือไม่ เค้าสร้างคุณงามความดีอะไรให้กับประเทศ อย่างคนอื่นกว่าเขาจะได้สัญชาติก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยกตัวอย่างโค้ชเช โค้ชเทควันโด ทีมชาติไทย กว่าจะได้สัญชาติไทย ใช้เวลาหลายสิบปี
ส่วนในเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองต้องขอโทษสังคมแทนน้อง เพราะว่าน้องอยู่ในกลุ่ม ถึงแม้สิ่งที่ทำลงไปจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และอาจจะไม่ถูกใจใคร พร้อมกับระบุว่า “ในเมื่อสันดานผมเป็นแบบนี้ นิสัยผมเป็นแบบนี้ ศักดิ์ศรีคนไทยอยู่ในหัวใจ” ยอมรับว่าทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการตบหน้าคนไทย และตอนที่เกิดเรื่องคนที่โลกสวยไปอยู่ไหนกันทำไมไม่ช่วยเหลือ แต่ก็ยอมรับว่าการกระทำของเฮียตี๋ผิด ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย และอยากให้กำลังใจ โดยคนที่พาไปแจ้งความตัวเองก็รู้จักว่าเป็นคนกลุ่มไหน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยแพ้คดีที่ตัวเองฟ้อง หวังจะเอาเรื่องนี้มาโจมตี และรวมถึงมีประเด็นเรื่องส่วยมาโจมตี ซึ่งที่ผ่านมาเวลาลงไปเคสต่างๆ ก็ไปด้วยใจและเงินของตัวเองเพราะแต่ละคนก็มีหน้าที่การงานทำ จึงขอชี้แจงตรงนี้
...
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คนต้นเรื่อง คือ นายปราโมทย์ โคตรคำ หรือ ปาล์ม อายุ 33 ปี คนที่อ้างว่าถูกนายเดช ตบหน้า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพียงเพราะนายเดชไม่พอใจที่เล่นเกมแพ้เขา ซึ่งเป็นรุ่นน้องแต่ก็มาทำร้ายเขาและข่มขู่ ซึ่งเค้าเองก็กลัวความปลอดภัยเหมือนกันเพราะเพิ่งมาทำงาน
และก่อนหน้านี้ นายเดช ก็เพิ่งไปมีปัญหากับเพื่อนอีกคนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันแต่ก็ไปเคลียร์ใจกันจับมือกันแล้ว กระทั่งวันที่ 1 มีนาคม วันเกิดเหตุ นายเดช ได้ไปหาเรื่องแคชเชียร์ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ ในร้านที่เกิดเหตุ ตัวเองก็เป็นคนไปห้ามนายเดช และรับไม่ได้กับพฤติกรรมของนายเดช จึงได้ร้องเรียนไปที่เพจ “เฮียตี๋” แต่ร้องเรียนไปเฉพาะเรื่องที่ตัวเองโดนตบ กระทั่งวันต่อมา 2 มีนาคม เฮียตี๋ก็พาคนมาสั่งสอนตามคลิป ซึ่งทัวร์ก็มาลงเขาตามวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ว่าทำไมเค้าไม่ตอบโต้ตั้งแต่แรก ถ้าตอบโต้เค้าเองก็กลัวจะมีปัญหาเพราะถูกข่มขู่ไว้ และถือว่าเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งมาทำงาน จึงกลัวความไม่ปลอดภัย
ด้าน นางสาวกัญญาภรณ์ โพธิ์แก้ว อายุ 36 ปี สาวที่ปรากฏในคลิป ทะเลาะวิวาทกับ นายเดช ได้เข้าพบตำรวจ โดยยืนยันว่าในวันเกิด ถูกนายเดช พยายามเข้ามาในห้องแคชเชียร์และพูดจาหาเรื่อง รวมถึงจะเข้ามาทำร้าย จนพนักงานภายในร้านต้องเข้ามาห้าม ส่วนต้นเหตุมาจาก นายเดช ไม่พอใจเรื่องบิลค่าเปิดเหล้า และของแถมคือผลไม้ และมาว่าทางร้านเหลี่ยม จนสามีซึ่งทำงานอยู่ในร้านเดียวกันไม่พอใจ เข้าไปร่วมก่อเหตุทำร้ายนายเดช ตามที่ปรากฏในคลิป ยืนยันว่าที่ผ่านมา นายเดช มีพฤติกรรมชอบพูดจาไม่ดีใส่พนักงานในร้านด้วยกันเป็นประจำ
...
ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ก็ได้เรียกตัวเฮียตี๋ เข้าให้ปากคำ โดยมี “เต้ อาชีวะ”, นายปาล์ม คนต้นเรื่อง และสาวเสิร์ฟที่อยู่ในเหตุการณ์ เดินทางไปให้ปากคำด้วย นอกจากนี้ตำรวจยังจะได้เรียกผู้ที่เดินทางไปกับเฮียตี๋ในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีนายพุธ, ติว และหญิงสาวอีก 2 คน มาสอบปากคำ และดำเนินการไปตามกฎหมาย
สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
...