หนุ่มแจ้งตำรวจ หลังให้รุ่นพี่สาวยืมรถ พอไปรับคืนถึงกับช็อก เจอสภาพพังยับ คราบเลือดเต็มเบาะ ในรถมีบัตรทหารยศร้อยเอก พฐ. เก็บหลักฐาน พิสูจน์หาสาเหตุ
เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 10 มี.ค. พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งว่ามีรถยนต์เก๋งต้องสงสัยถูกจอดทิ้งไว้ บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ใกล้ทางลงด่วนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาออก ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ จึงไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.ปากเกร็ด และทีมสืบสวน
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพฯ จอดขวางทางเข้าออก สภาพด้านหน้าและท้ายพังยุบได้รับเสียหาย ส่วนประตูหลังขวา มีร่องรอยเฉี่ยวชนจนประตูรถไม่สามารถปิดได้ ตรวจสอบภายในรถพบบัตรทหารระบุเป็นนายทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง สังกัดกองทัพบก ตกอยู่บนพื้นวางเท้าของเบาะหน้าซ้าย อีกทั้งภายในรถบริเวณกระจกประตูด้านคนขับ บนเบาะหลัง และแผงประตูหลังซ้าย พบคราบเลือดเปรอะเปื้อนเกรอะกรัง นอกจากนี้ยังพบว่าที่แผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังมีการนำสติกเกอร์แปะทับตัวเลข 9 มีลักษณะคล้ายเป็นการอำพราง โดยมี นายธนภรณ์ วิเลปะนา อายุ 29 ปี เจ้าของรถรอให้ปากคำกับตำรวจ
...
เบื้องต้นสอบสวนนายธนภรณ์ ให้การว่า มีรุ่นพี่เป็นหญิงอายุประมาณ 33 ปี ซึ่งรู้จักกันมานานแล้ว โทรศัพท์มาหาและบอกให้ขับรถมารับที่บริเวณปากซอยสามัคคี ด้านถนนติวานนท์ อ.เมืองนนทบุรี เมื่อมาถึงพบหญิงรุ่นพี่คนดังกล่าวยืนอยู่กับชายอีก 2 คนที่ตนไม่รู้จัก จากนั้นก็รับทั้ง 3 คน ขึ้นรถขับไปตามซอยสามัคคี มุ่งหน้าถนนประชาชื่น-นนทบุรี
พอมาถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณแยกสามัคคีตัดถนนประชาชื่น-นนทบุรี โดยหญิงรุ่นพี่คนดังกล่าวได้บอกให้จอดรถ ตนจึงลงจากรถไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ พอกลับมารุ่นพี่ได้ลงจากรถมานั่งบริเวณเบาะคนขับและบอกว่า “ขอยืมรถ” โดยให้ตนไปนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ของเพื่อนรุ่นพี่ ที่มีชายและหญิงคู่หนึ่งจอดรออยู่ก่อนหน้านี้ โดยผู้หญิงที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาขึ้นรถเก๋งของตนแทน และให้ตนไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
จากนั้นหญิงรุ่นพี่ได้ขับรถไปตามถนนประชาชื่น-นนทบุรี มุ่งหน้าไปทางแยกพงษ์เพชร โดยให้ตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ตามมา กระทั่งรถคลาดกันระหว่างทาง ซึ่งในระหว่างทาง ชายคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ได้พูดคุยกับหญิงรุ่นพี่ โดยบอกตำแหน่งเส้นทาง และสุดท้ายบอกว่า “มาถึงย่านบางซื่อ” ก่อนที่หญิงรุ่นพี่คนดังกล่าว โทรกลับมาบอกว่า “ให้ตนมารับรถเก๋งคืนบริเวณใกล้ทางลงด่วนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ” ตนเองจึงลงจากรถจักรยานยนต์และขึ้นรถแท็กซี่มาตามจุดที่บอกดังกล่าว ก็พบว่ารถของตนนั้นอยู่ในสภาพที่มีความเสียหายลักษณะเหมือนเกิดอุบัติเหตุมา โดยไม่รู้ว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นกับรถของตน
นายธนภรณ์ กล่าวต่อว่า บัตรประจำตัวทหารที่ตกหล่นในรถตนเองก็ไม่รู้จัก รวมทั้งสติกเกอร์ที่นำมาแปะทับตัวเลขที่แผ่นป้ายทะเบียนตนก็ไม่ได้เป็นผู้นำมาแปะทับ
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว. สอบสวน สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานนนทบุรี ได้ตรวจคราบเลือดภายในรถเพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นของผู้ใด และเกิดจากสาเหตุใด รวมทั้งสภาพร่องรอยการเฉี่ยวชน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานรอการตรวจพิสูจน์ในการหาข้อเท็จจริงต่อไป