ผกก.สน.พหลโยธิน สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ปมสาวรถล้ม ตำรวจกับกู้ภัยช่วยกันหิ้วปีกมาไว้โรงพัก ไม่ส่งไปโรงพยาบาล สุดท้ายเสียชีวิตคา สน. ย้ำคดีไม่ได้ล่าช้า แม้เหตุตั้งแต่ปี 2568 แต่ต้องใช้ระยะเวลาสอบ กำชับเข้มแนวทางปฏิบัติ คนป่วย บาดเจ็บ หรือหมดสติ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพมึนเมาหรือไม่ ให้ส่ง รพ.ทุกกรณี


จากกรณี นางสมาภรณ์ ป้องคำลา อายุ 52 ปี ผู้เป็นแม่ ร้องเพจสายไหมต้องรอด หลังลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำกลางถนนลาดพร้าว แต่กู้ภัยกลับไม่นำส่งโรงพยาบาล อ้างได้กลิ่นเหล้าไปส่งโรงพัก ไม่ช่วยเหลือ สุดท้ายเสียชีวิต ยอมรับคาใจการทำงานของตำรวจและกู้ภัย ผ่านมา 1 ปีคดีไม่คืบ ด้านเอกภพ สายไหมต้องรอด จี้ตำรวจเร่งปรับหลักเกณฑ์เสียที เพราะเป็นเหตุการณ์ซ้ำซาก เหมือนเคสบางปะหัน


ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ให้ข้อมูลชี้แจงว่า คดีดังกล่าวครอบครัวผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางพนักงานสอบสวนของ สน.พหลโยธิน แล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมถึงพยานที่อยู่ในวันเกิดเหตุ เพื่อนำข้อมูลเข้าสำนวนคดีอย่างละเอียด รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุอีกด้วย

เบื้องต้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของสำนวนการสอบสวน แต่ยืนยันว่า จะดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าผลการพิจารณาเบื้องต้นของคณะพนักงานสอบสวนจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ เน้นย้ำว่าทางตำรวจไม่ได้ดำเนินการอย่างล่าช้า แต่เป็นเพราะการทยอยเรียกสอบพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ครอบครัวผู้เสียหาย รวมทั้งตัวผู้ถูกแจ้งความร้องทุกข์ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำนาน

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ ได้กำชับแนวทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด หากพบผู้ที่มีอาการป่วย บาดเจ็บ หรือหมดสติ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพมึนเมาหรือไม่ จะต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์วินิจฉัยอาการก่อนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก

ส่วนกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าพนักงานสอบสวนข่มขู่ผู้เสียหายนั้น ระบุว่า หากมีข้อร้องเรียนหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านต่อไป


มีรายงานว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ห้องแชตดังกล่าวไม่ใช่แชตของกลุ่มกู้ภัยมูลนิธิใดมูลนิธิหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มห้องแจ้งเหตุรวมเฉพาะพื้นที่ย่านลาดพร้าว ซึ่งจะมีกู้ภัยหลายมูลนิธิอยู่รวมกัน ส่วนในช่องแชตที่ปรากฏชื่อกู้ภัยมูลนิธิหนึ่งนั้น พบว่ากู้ภัยมูลนิธิดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพราะผู้เสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือและถูกส่งที่ สน.พหลโยธิน โดยกู้ภัยอีกมูลนิธิหนึ่งที่มีชื่อเสียง

...