เมียจับได้ผัวมีกิ๊ก รวมหัวกับชายคนสนิท ลอบวางระเบิดรถเก๋งของกิ๊กสาว 4 ลูก เดชะบุญกดระเบิดลูกเดียว รอดตายปาฏิหาริย์ ตร.ตามจับได้ทั้งหมด ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์
จากกรณี เมื่อช่วงเช้า วันที่ 24 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุพรชัย ช่วยแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้รับแจ้งเหตุระเบิดตกจากใต้ท้องรถยนต์ บริเวณถนนดอนหัวฬ่อ-สัตตพงษ์ หมู่ 6 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย พูลพิพัฒน์ สว.สส. และชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีดำ ทะเบียนระยอง จอดอยู่มี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี คนขับยืนอยู่ด้วยอาการตกใจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบเอง ลักษณะเป็นระเบิดเพลิงบรรจุในขวด จำนวน 4 ขวด โดยเกิดการระเบิดแล้ว 1 ขวด และยังคงเหลือวัตถุระเบิดอีก 3 ขวด ต่อมาชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า ระเบิดจำนวน 3 ขวดที่เหลือ บรรจุดินดำ 2 ขวด และอีก 1 ขวด บรรจุน้ำมันเบนซิน โดยวัตถุระเบิดทั้งหมดถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ จุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล หากเกิดการทำงานพร้อมกันทั้ง 4 ขวด จะก่อให้เกิดเพลิงไหม้และแรงดันรุนแรง อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุมุ่งประสงค์ต่อชีวิตคนขับ
...
ต่อมา พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 กำกับดูแลการปฏิบัติ สั่งการให้ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เร่งรัดการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ดอนหัวฬ่อ และสืบสวน จ.ชลบุรี ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.พ.69 ที่หน้าตึก บช.ภ.2 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ และตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 2 ได้นำหลักฐานร่วมแถลงข่าว โดย พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 แถลงว่า จากการสืบสวนสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิด, GPS ที่ติดตามรถคันก่อเหตุ และพยานหลักฐานอื่นๆ รวมถึงพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงได้ขอหมายจับต่อศาลจังหวัดชลบุรี และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.กษมา ดอนมอญ อายุ 38 ปี, นายสมคิด พรมพิทักษ์ อายุ 34 ปี และนายทินวัฒน์ เพียภูเขียว อายุ 34 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันทำหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ สืบสวนจังหวัดชลบุรี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ สภ.เมืองชลบุรี สภ.บ่อวิน สภ.สัตหีบ สภ.ปลวกแดง เข้าตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง เพื่อจับกุมผู้ต้องหา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วนทั้ง 3 ราย
นอกจากนี้ยังได้ตรวจค้นพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เช่น รถยนต์ 3 คัน ที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นรถนิสสัน คิกส์ สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่นายทินวัฒน์ ขับตามมาเพื่อกดระเบิด
รถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่เช่ามาใช้ในวันที่ติดระเบิด โดยวันที่กดระเบิดสวมทะเบียนระยองแทน ซึ่งมีชื่อของ น.ส.กษมา เช่ามาจากสถานที่ให้เช่ารถแห่งหนึ่ง
และรถเก๋ง ยี่ห้อบีวายดี สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมสำหรับปิดบังอำพราง ซึ่ง นายทินวัฒน์ นำไปเปลี่ยนจอดไว้ แล้ว น.ส.กษมา มารับไป, ชุดจุดระเบิดรีโมทคอนโทรล, อุปกรณ์ติดตาม และวัตถุพยานอื่นๆ รวมกว่า 20 รายการ มาประกอบการดำเนินคดี
ในชั้นจับกุมและสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและสอดคล้องกับการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐานที่ได้มา โดย น.ส.กษมา รับว่า ซื้อจีพีเอสมาติดรถยนต์ของผู้เสียหาย โดยให้นายทินวัฒน์ เป็นคนมาติด เพื่อติดตามการเดินทาง และรับว่าก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกับนายสมคิด ทำการทดสอบระเบิดที่ประกอบเอง ที่ป่ามัน รับว่าร่วมกับนายสมคิด ไปเช่ารถยนต์คันก่อเหตุ มาเมื่อ 22 ธ.ค.68 และเมื่อ 23 ธ.ค.68 ได้เดินทางมากับนายสมคิด เพื่อติดระเบิดที่ใต้ท้องรถ และในวันก่อเหตุ วันที่ 24 ธ.ค.68 ได้ให้นายทินวัฒน์ ขับรถคันดังกล่าวมาอีกครั้ง โดยเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนอื่น มาทำการจอดรถรอในที่เกิดเหตุ เพื่อกดรีโมทระเบิด
นายสมคิด รับว่าเป็นบุคคลจัดหาอุปกรณ์มาประกอบวัตถุระเบิด จ่ายเงินโดยการโอนเงินเองและประกอบวัตถุระเบิดด้วยตนเองโดยการศึกษาจากยูทูบ และรับสารภาพในประเด็นและสาระสำคัญสอดคล้องกับคำรับสารภาพของ น.ส.กษมา
...
นายทินวัฒน์ รับว่าเคยแอบเอาจีพีเอสไปติดรถยนต์ผู้เสียหาย 2 ครั้ง ตามคำสั่งของ น.ส.กษมา และคอยดูสัญญาณจีพีเอสที่แอบติดอยู่ที่รถยนต์ผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุและในวันที่เกิดเหตุผ่านโทรศัพท์มือถือ รับว่าเป็นคนขับรถยนต์คันก่อเหตุที่เดินทางมาในวันก่อเหตุ และเป็นคนจุดชนวนระเบิดผ่านรีโมทคอนโทรลแล้วหลบหนี
จากการสอบสวนเชิงลึก น.ส.กษมา สืบทราบว่านายเอก (นามสมมติ) สามี แอบไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับ น.ส.เอ ผู้เสียหาย จึงแค้นใจจึงไปปรึกษากับนายทินวัฒน์ ที่เป็นหัวหน้างาน และชายคนสนิท วางแผนวางระเบิด โดยให้นายสมคิดสั่งอุปกรณ์ระเบิดที่ดูจากยูทูบ โดยตอนสั่งใช้ชื่อ น.ส.กษมา แต่ให้มาส่งให้นายสมคิด เป็นคนประกอบและทดลองก่อนวางระเบิดจริง