“เสือ ดุสิต” หึงโหด ยอมรับทำเกินเหตุ พาพวกรุมกระทืบชายวัย 55 ซี่โครงหัก 12 ซี่ เลือดคั่งในปอด อาการโคม่า อ้างจับก้นแฟน วงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ลูกสาวผู้เสียหาย ลั่นเอาผิดถึงที่สุด 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.พ. 69 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี น.ส.เปมิกา ควรสมาคม อายุ 26 ปี ลูกสาวของนายธนพล เวคะวากยานนท์ อายุ 55 ปี ผู้บาดเจ็บ เดินทางพร้อมนายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ ดร.แก้วช่วยได้ ก่อนเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.พีรวิชญ์ ศรีสำราญ รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกอีก 2 คน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคม่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 04.30 น. บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารชื่อดังย่านสนามบินน้ำ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน

นายจีระศักดิ์ อายุ 40 ปี ลูกน้องของผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. ตนและนายธนพล พร้อมเพื่อนรวม 3-4 คน มานั่งรับประทานอาหารภายในร้าน ขณะเดียวกันกลุ่มของเสือดุสิตก็มากันประมาณ 3 คน พร้อมหญิงสาว 1 คน โดยทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ระหว่างนั้นหญิงสาวที่มากับเสือดุสิตได้เดินเข้ามาทักทายนายธนพลตามปกติ ตนเข้าใจว่าเป็นคนรู้จักกันทั่วไป แต่เสือดุสิตแสดงอาการหึงหวง เดินเข้ามาพูดว่า “นี่แฟนผม” ทางนายธนพลตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ แค่คุยกันเฉย ๆ” จากนั้นเสือดุสิตกับหญิงสาวมีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนแยกย้ายกันไป

...

กระทั่งเวลาประมาณ 04.30 น. นายธนพลเดินไปยืนสูบบุหรี่บริเวณหน้าห้องน้ำ จู่ ๆ เสือดุสิตได้ปรี่เข้ามาชกต่อย ก่อนที่ลูกน้องอีก 2 คนจะเข้ามาสมทบรุมกระทืบซ้ำ จนล้มลงนอนกองกับพื้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่อง จนเจ้าของร้านมาแจ้งว่าเพื่อนถูกทำร้าย จึงรีบออกไปดู พบว่าทางเจ้าของร้านและการ์ดได้เข้าห้ามและแยกกลุ่มผู้ก่อเหตุออก พร้อมไล่ให้กลุ่มเสือดุสิตออกจากร้าน ตนจึงรีบเรียกแท็กซี่พาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที สภาพเลือดเต็มใบหน้า ศีรษะบวมปูด อาการหนักมาก

นายจีระศักดิ์ ยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และระหว่างนั่งทานอาหารไม่ได้มีปากเสียงใด ๆ ประเด็นเดียวคือเรื่องหญิงสาวที่เข้ามาทักทาย ส่วนที่เสือดุสิตกล่าวอ้างว่านายธนพลไปจับก้นหญิงสาวนั้น ตนเชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะนิสัยผู้บาดเจ็บเป็นคนเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว อีกทั้งขณะเกิดเหตุเสือดุสิตยังพูดท้าทายว่า “จะเรียกตำรวจก็เรียกไปเลย ในจังหวัดนนทบุรีกูไม่กลัวใคร เรียกมาเลยกูจะรอ” ซึ่งตนมองว่าเป็นพฤติกรรมรุนแรงและอุกอาจ เพราะเป็นการรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 หากไม่มีคนเข้าห้ามอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ด้าน ดร.แก้ว เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมประสานให้ดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าตำรวจจังหวัดนนทบุรีไม่ได้เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล และจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายโดยเร็ว

น.ส.เปมิกา ลูกสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้บิดาอาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียู ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มเติม อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ตนทราบเรื่องช่วงเที่ยงหลังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน จึงรีบมาดูอาการที่โรงพยาบาล ไม่เคยรู้จักเสือดุสิตเป็นการส่วนตัว และไม่เชื่อว่าบิดาจะไปกระทำการไม่เหมาะสมตามที่ถูกกล่าวหา เพราะเป็นคนนิ่ง เงียบ เรียบร้อย ใจดี ไม่เคยมีเรื่องชกต่อย พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่กังวลว่าคู่กรณีจะเป็นคนดัง เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี


ด้าน นายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ ระบุว่า อาการของผู้บาดเจ็บสาหัสมาก ซี่โครงหักประมาณ 12 ซี่ ปอดทะลุ ตับและไตได้รับความเสียหาย ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ส่วนจะเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ ต้องรอพนักงานสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐาน ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีทุกข้อหา และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ด้านคดี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี กล่าวว่า จากกรณีที่มีชายถูกทำร้ายในร้านอาหารจนบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ จากนั้นได้มีการสอบปากคำไว้เรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 26 และ 27 ก.พ. จะเรียกสอบพยานในที่เกิดเหตุอีกหลายปาก สำหรับตัวผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้ามาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลแพทย์ยืนยันอาการ จึงยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา หลังจากใบชันสูตรของแพทย์ออกมา จะทำการเรียกผู้ก่อเหตุมาแจ้งข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะออกหมายจับ สำหรับผู้ร่วมก่อเหตุยังไม่ทราบจำนวนตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีหมดทุกคน 

...

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นที่รับทราบเกิดจากการลวนลามผู้หญิงของฝ่ายผู้ก่อเหตุ ซึ่งข้อเท็จจริงตอนนี้อยู่ในสำนวน ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ด้านอาการบาดเจ็บของผู้เสียหายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามอยู่ตลอด ซึ่งขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ทางตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการและให้ความมั่นใจในคดีนี้แน่นอน ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย ถ้ารวบรวมครบพร้อมให้ความเป็นธรรมตามหลักฐานที่ปรากฏ


ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียหาย ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ นาทีที่พ่อถูกทำร้าย พร้อมแคปชั่นระบุว่า "ขอความเป็นธรรมให้กับพ่อหนูหน่อยค่ะ

ตอนนี้อาการพ่อสาหัสมาก ซี่โครงหัก 12 ซี่ เลือดคั่งในปอด นอน ICU มาหลายวันแล้ว แล้ววันนี้ พ่อหนูเพิ่งหยุดหายใจพักหนึ่งจนทางโรงพยาบาลปั๊มขึ้นมาและต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด

...

เรื่องเกิดจาก พ่อได้ไปเที่ยวร้านแห่งหนึ่ง แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งมาทักพ่อของหนู ทักทายด้วยประมาณคนรู้จักกันไม่ได้มีอะไรเลยค่ะ สักพัก ก็มีคนชื่อ เสือ ดุสิต ที่เป็นชื่อที่คนส่วนมากก็รู้จักเขา เป็นคนดังในโซเชียล เขาเดินมาหาพ่อหนูแล้วพูดว่า คนนี้แฟนผม พ่อหนูก็ได้แจ้งไปแล้วว่าไม่มีอะไรรู้จักกันเฉย ๆ ในเวลาต่อมา พ่อหนูออกไปดูดบุหรี่ นอกร้าน แล้วโดน เสือ ดุสิต กับลูกน้องเขารุมกระทืบ รวมทั้งหมด 3 คนตามคลิปเลยค่ะ 

เขาให้เหตุผลว่า พ่อหนูไปลวนลามแฟนเขา ( จับตูด ) เลยไม่พอใจมารุมกระทืบพ่อของหนู ทางร้านไล่ดูกล้องวงจรปิดไม่มีการลวนลาม หรือ จับตูดของแฟนเขาเลยค่ะ

...

พ่อหนูก็อายุ 55 ปี แล้วมาโดนกระทำแบบนี้ ไม่รู้ถ้าหายแล้วจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม 

พอกลุ่มเสือดุสิต รุมกระทืบพ่อหนูเสร็จ ยังพูดอีกว่า “นนทบุรี ใครก็ได้ ตำรวจกุไม่กลัวหรอก” มีพยานบุคคลหลายท่านที่ได้ยินคำนี้ หลังจากนั้น เสือ ดุสิต กลับบ้าน ทางเพื่อน ๆ ของพ่อจึงกล้าพาพ่อออกไปโรงพยาบาล เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการพูดว่าจะแจ้งความ แต่ทาง เสือ ดุสิต ทำท่าทีในตอนเกิดเรื่องว่าถ้าแจ้งความเดี๋ยวจะกระทืบซ้ำอีกรอบ จึงไม่มีใครกล้าแจ้งความ ณ ตอนนั้น มาถึงโรงพยาบาล ก็จะตี 5 แล้วค่ะ

สรุป ผลใบรับรองแพทย์ ออกมา ซี่โครงหัก 12 ซี่ เลือดคั่งในปอดและทะลุ และม้ามเสียหาย ไตเสียหาย หนักค่ะ

ได้มีการแจ้งความไปแล้ว พ่อหนูเป็นหนักขนาดนี้ ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆเลยค่ะ หมายจับก็ไม่มี ทั้ง ๆ ที่หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ 

หนูขอความเป็นธรรมจากพี่ ๆ ทุกคนในโซเชียล ช่วยเรียกร้องให้กับทางครอบครัวหนูได้ไหมคะ ตอนนี้พ่ออาการแย่มาก งานที่ทำก็ชะงักหมดเลยค่ะ หนูเป็นแค่เด็ก ๆ ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีเส้นมีสาย ไม่รู้จักผู้ใหญ่ที่จะขอความช่วยเหลือ หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ ฝาก ๆ พี่ช่วยหนูด้วยนะคะ"


ล่าสุด เสือ ดุสิต ได้แชร์ภาพและข้อความจากลูกสาวผู้เสียหาย พร้อมข้อความระบุว่า "ยอมรับผมทำเกินกว่าเหตุ ผมพยายามติดต่อผู้เสียทุกวิถีทางเพื่อจะรับผิดชอบ ผมไปรับหมายมาเรียบร้อย ตำรวจนัดผมอีกทีวันที่9มีนา เพราะความหึงหวงจนทำให้ผมขาดสติ"