น.1 ส่ง รองจ๋อนำทีมชุดยาเสพติด บช.น. และสืบ สน.ประชาชื่น ซ้อนแผนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต รวบโจโจ้แก๊งยาเสพติดตระเวนย่องเบาลักทรัพย์ตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ ล่าสุดย่องเข้าบ้าน ผกก.ในสังกัด บช.น. ถึง 3 ครั้ง 3 วันติดๆ ครั้งสุดท้ายผู้เสียหายเฝ้าจู่โจมจับกุม แต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปได้ แกะรอยหัวขโมย พบภาพกล้องวงจรปิด โจโจ้ยิ้มสะใจท้าทายให้กล้อง ด้วยความมั่นใจว่าตำรวจตามจับไม่ได้แน่ๆ เพราะไม่มีตัวตนในข้อมูลบัตรประชาชน สุดท้ายหนีไม่รอด ตำรวจซ้อนแผนถูกจับกุมโดย คณะเชิดสิงโต “จ๋อแจ๊ะจับโจร” ไปฉลองตรุษจีนในคุกแทน พบประวัติยาเสพติด และลักทรัพย์ 9 คดี

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 ก.พ. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส. สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส. 3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.ประชาชื่น ร่วมกันจับกุมนายอดิศักดิ์ ธโนภาส หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.963/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ. 69 ข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน จับกุมได้ที่ วัดคลองตาคล้าย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 เวลา 22.00 น. ที่บ้านริมถนนประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะภายใน แจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก วางแผนจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง คนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มอยู่ วิ่งหลบหนี ระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไปในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น แขวงและเขตจตุจักร กทม. รวมก่อเหตุทั้ง 3 ครั้งได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

...




หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และชุดยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่ง แต่คนร้ายไหวตัวทัน หอบผ้าวิ่งหลบหนีออกจากชุมชน หนีการจับกุมไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง

สืบสวนทราบว่าคนร้ายอยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติด สถานะไร้ตัวตน ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลาง นานเกือบสัปดาห์ กระทั่งได้พบพระเครื่อง ทราบผู้ขายฉายา “โจโจ้” ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ชุดสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายวิ่งหลบหนีไปคลาดกับทีมสืบสวนไปได้กว่า 3 ครั้ง

พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการวางแผนการจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยลเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยมิให้รู้ตัว กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. 69 ชุดสืบสวนสืบทราบว่าคนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด วางแผนกระจายตามวัด ชุดสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปีที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย

กระทั่งช่วงค่ำ ทีมสืบสวนได้ไล่สแกนหน้าบุคคลภายในวัด พบกับชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด ครานี้ทีมสืบสวนจะไม่ปล่อยให้คนร้ายวิ่งหลบหนีได้อีก ทีมสืบสวนในบทบาทคณะสิงโต จึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย ประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมรวบจับคนร้ายได้ในที่สุด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการงุนงง หลังจับกุมตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ นายอดิศักดิ์ ธโนภาส หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี ตรวจพบว่าเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และการลักทรัพย์ 6 คดี (รวมขึ้นบ้านตำรวจยศ ผกก.อีก 3 ครั้ง รวม 9 คดี)




จากการขยายผลชุดสืบสวนได้ยึดของกลางได้หลายรายการ และสืบทราบว่า นายอดิศักดิ์เป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์เนื่องจากครอบครัวไม่ได้แจ้งเกิด และใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ

นายโจโจ้ ให้การรับสารภาพว่า ชีวิตตนนั้นเริ่มพเนจรหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี เพราะตอนนั้นติดดมกาว และน้อยใจแม่มีสามีใหม่ ชีวิตตนนั้นเติบโตมาในมุมมืด ไม่ได้เรียนหนังสือ อยากสมัครงานแต่ก็สมัครไม่ได้เพราะเป็นคนไม่มีบัตรประชาชน โดยคดีนี้ตนได้ขึ้นบ้านผู้เสียหายเป็นจำนวน 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ไม่ได้ขโมยสิ่งใดไป เพราะคนที่อยู่ในบ้านรู้ตัวก่อน โดยทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุในคดีนี้ ตนขายไปหมดแล้ว ขายไปในราคาถูก ที่ตนไปก่อเหตุนั้นเพราะเกิดจากอาการดีดยาม้า หลังจากเสพเข้าไป 3 เม็ด และที่ชอบวิ่งหนีเพราะตนเป็นคนขี้ระแวงเพราะพื้นฐานเป็นคนที่เสพยาเสพติดเป็นประจำ ตนก่อเหตุเพื่อจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และนำไปเล่นการพนัน

ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิดนั้นตนไม่ได้เยาะเย้ย แต่เพราะวิ่งหนีแล้วเหนื่อย ที่มางานวัดวันนี้ได้นัดหมายกับเพื่อน เพื่อจะมาเสพยาที่หลังวัด โดยไม่ทราบว่าตำรวจจะมาหาเจอ และคาดไม่ถึงจริงๆว่า ตำรวจจะปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต ตกใจมาก หลังพ้นโทษอยากขอความเมตตาให้ตำรวจพาไปทำบัตรประชาชน ให้ตนมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ตนอยากสมัครงาน พร้อมสัญญาว่าหากออกมาครั้งนี้แล้วทำอีกยอมให้ตำรวจซ้ำได้เลย

...



ตรวจสอบประวัติก่อเหตุ 9 คดี ดังนี้
1.วันที่ 23 เม.ย. 62 ถูกจับกุมข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ พื้นที่ สน.ประชาชื่น
2.วันที่ 10 มิ.ย. 62 ถูกจับกุมข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ พื้นที่ สน.สายไหม
3.วันที่ 13 ก.ค. 64 ก่อเหตุ ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานฯ พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี
4.วันที่ 9 พ.ค. 64 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
5.วันที่ 7 มิ.ย. 64 ก่อเหตุ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สน.ประชาชื่น
6.วันที่ 1 ม.ค. 68 ก่อเหตุ ร่วมกันบุกรุกในเคหสถาน พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี
7.วันที่ 4 ก.พ. 69 ก่อเหตุ ลักทรัพย์ในเคหสถานฯ บุกเข้าบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. พื้นที่ สน.ประชาชื่น
8.วันที่ 5 ก.พ. 69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิมอีกครั้ง พื้นที่ สน.ประชาชื่น
และ9.วันที่ 7 ก.พ. 69 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิม เป็นครั้งที่ 3 พื้นที่ สน.ประชาชื่น

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีลักทรัพย์ตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำหนิรูปพรรณคนร้ายรายนี้ มีส่วนสูงประมาณ 168 ซม. ผิวดำแดง รูปร่างสมส่วน หากประชาชนผู้ใดเคยพบหรือเคยประสบเหตุจากคนร้ายรายนี้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่มีข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ ที่ผ่านมาอาจทำให้ข้อมูลการสืบสวนไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือนำตัวมาดำเนินคดีได้ คนร้ายรายนี้ เห็นได้ชัดว่าต้นเหตุจากการเสพยาเสพติดนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการจับกุมเม็ดยา แต่เรายังมุ่งเน้นแก้ปัญหายาเสพติดในทุกๆ มิติด้วย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ก่อนนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป

...