“รองเต่า” นำทีมตำรวจสอบสวนกลาง – ปทส., บก.ปปป., ป.ป.ท. กรมป่าไม้ บุกค้น 4 จุด “วัดป่าชนะใจ” พบแผ้วถางป่า สปก.กว่า 2,000 ไร่ ทำบ้านขายปฏิบัติธรรมหลังละ 5 แสนบาท – เร่งตรวจสอบเส้นทางเงิน

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ร่วมกับนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการ ป.ป.ท. และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นำกำลังตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี

นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจค้น 1.วัดป่าชนะใจ 2. หมู่บ้านอาริยะ วัดป่าชนะใจ 3. พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และ 4.ผาชนะใจ ทั้งหมดอยู่ใน ต.หนองย่างเสือ อ.หมวกเหล็ก จ.สระบุรี หลัง สปก.แจ้งความว่ามีกลุ่มพระสงฆ์บุกรุกพื้นที่ สปก. และกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านรวม 2,000 ไร่

...




สำหรับจุดแรกเป็นที่ตั้งวัดป่าชนะใจ อยู่ในเขต สปก. เนื้อที่ 13 ไร่ เดิมมีผู้ครอบครองทำกิน แต่ภายหลังไม่ได้ใช้ประโยชน์ วัดได้เข้าถือครองและก่อสร้างอาคารราว 10 หลัง เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ตรวจสอบใบสุทธิและบัตรพระสงฆ์ทั้งหมด พร้อมเชิญเจ้าคณะตำบลรับทราบพฤติการณ์บุกรุกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต




จุดที่ 2 “หมู่บ้านอาริยะ” แบ่งล็อก – ขึ้นโครง รอขายบ้าน 5 แสนบาท พบการแผ้วถางป่า ปรับพื้นที่ แบ่งล็อก วางฐานเตรียมติดตั้งบ้านน็อกดาวน์ รวมถึงติดตั้งเสาไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค เตรียมขายบ้านให้พุทธศาสนิกชนในราคา 500,000 บาทต่อหลัง เพื่อเข้ามาปฏิบัติธรรม

...




จุดที่ 3 “พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ” มีการใช้เครื่องจักรหนักปรับพื้นที่พบรถแบ็กโฮ รถสิบล้อ ขุดหลุม ถมดิน ตัดต้นไม้ เตรียมก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม

และจุดที่ 4 “ผาชนะใจ” มีการเตรียมสร้างพระใหญ่ บนเนินเขาสูง พบการปรับหน้าดิน เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ ปลูกต้นไทรและปักธงวัดแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมติดป้าย “ห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน”

...




ทั้งนี้ขณะเข้าตรวจค้น ไม่พบตัว ครูบาชัยวัฒน์ เจ้าสำนักสงฆ์ วัดป่าชนะใจ แต่อย่างใด มีเพียงทนายความและแม่ชีที่มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนตัวครูบาชัยวัฒน์ ทนายความอ้างว่าเดินทางไปรับกิจนิมนต์ที่ จ.อุบลราชธานี


ด้าน พล.ต.ต.เอนก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรวมถึงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบว่า วัดป่าชนะใจ ถือครอง สปก. รวมทั้งสิ้น 13 แปลง เนื้อที่ รวมกว่า 2,000 ไร่ กรณีของป่าชนะใจ ถือว่าไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน สปก. แต่อย่างไร หลังจากที่มีการแจ้งความแล้ว จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเงินที่นำมาใช้ในการปรับแต่งพื้นที่ และก่อสร้าง มาจากที่ไหน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบถึงขั้นตอนการขออนุญาต การติดตั้งระบบสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้า ระบบน้ำประปา ใครดำเนินการยื่นขอด้วย ขณะเข้าตรวจค้นยังพบ บริษัทรับเหมา เข้ามาติดตั้งเสาไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วย

...




พล.ต.ต.เอนก กล่าวต่อว่า สำหรับวัดป่าชนะใจ ก่อตั้งเมื่อปี 2566 มีการยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่อยมาแต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน รวมถึงพบข้อพิรุธเป็นเอกสารประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงที่พักสงฆ์มาอาศัยอยู่ 13 รูปเท่านั้น เบื้องต้นสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นพระที่มีต้นสังกัดในจังหวัดเลย และอุบลราชธานี เบื้องต้นได้ประสานไปยังต้นสังกัดให้เรียกตัวกลับไป นอกจากนี้ ยังพบแม่ชีมาอาศัยอยู่ อีก 23 รูป และมีคนที่มารอบวชอีกหลายสิบคน


ผบก.ปทส. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับครูบาชัยวัฒน์ ที่อ้างเป็นหัวหน้าสงฆ์ของที่พักสงฆ์แห่งนี้ เป็นพระรูปหนึ่ง มีการเลื่อนสมณศักดิ์ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งบวชเพียง 2 พรรษา ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย เมื่อปี 2566 จากนั้นได้มาตั้งที่พักสงฆ์วัดป่าชนะใจแห่งนี้




ผบก.ปทส. กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการตรวจสอบพบความผิดเรื่องการบุกรุก แผ้วถางชัดเจน เพราะที่ดินเป็นของ สปก. หลังจากการตรวจค้นครั้งนี้ หากพบความผิดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ สปก.จะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ส่วนตัวครูบาชัยวัฒน์ เจ้าหน้าที่อาจจะออกหมายเรียกมาแจ้งข้อหา หรือขอศาลออกหมายจับเลย ต้องดูอีกครั้ง