ตำรวจไซเบอร์ วางแผนล่อซื้อปืนเถื่อนในกลุ่มลับเฟซบุ๊ก ก่อนรวบ 2 ผู้ต้องหา เจ้าของอู่ซ่อมรถ และลูกน้อง ได้ของกลาง 4 กระบอก กระสุน 13 นัด

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 พ.ต.ต.อัครเดช ทนุกิจ สว.กก.2 บก.สอท.3 สนธิกำลังตำรวจไซเบอร์-ตำรวจ สภ.หนองหิน และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.4 เข้าจับกุมนายไพรวัลย์ หรือเกล้า หมื่นวิเศษ อายุ 25 ปี และนายศิริพงษ์ หรือช่างพงษ์ ชาลีเปลี่ยม อายุ 57 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ พร้อมอาวุธปืน 4 กระบอก กระสุน 13 นัด

สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.3 ตรวจพบมีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายในกลุ่มลับทางเฟซบุ๊ก จึงได้แฝงตัวเข้ากลุ่มติดต่อซื้อขายอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก จากนายไพรวัลย์ ในราคา 18,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบอาวุธปืนที่บริเวณริมถนนสายหนองหิน-เอราวัณ ม.3 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนของกลาง

สอบสวนนายไพรวัลย์ ให้การยอมรับว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของนายศิริพงษ์ ได้ให้ตนนำมาโพสต์ขายทางโซเชียล โดยจะให้ส่วนต่างกระบอกละ 4,000 บาท ต่อมาทางชุดสืบสวนจึงนำกำลังเข้าค้นห้องพักภายในอู่ซ่อมรถยนต์ของนายศิริพงษ์ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หนองหิน ตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ได้อีก 3 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนขนาด 9 มม. อาวุธปืนขนาด .380 และอาวุธปืนไม่ทราบขนาดอีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนชนิดต่างๆ รวม 13 นัด

...




โดยตำรวจดำเนินคดีทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” ส่วนนายไพรวัลย์ตำรวจได้แจ้งเพิ่มอีก 1 ในข้อหาในความผิด “พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” เบื้องต้นทั้งสองให้การรับสารภาพ ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.