นายอำเภอลาดหลุมแก้วยันคนร้ายไม่ได้มาโรงเรียนตามที่เป็นข่าว ขณะตำรวจยังไล่ล่าไม่เลิก ล่าสุดพบรถกระบะจอดทิ้งไว้ในเขตพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา


จากเหตุการณ์ที่มีข่าวว่ามีคนคลุ้มคลั่งควงอาวุธปืนบุกเข้ามาในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน อ.ลาดหลุมแก้ว จนเป็นเหตุให้ทางโรงเรียนในพื้นที่กว่า 10 แห่ง สั่งปิดโรงเรียนทันที 1 วันในวันนี้ (18 ก.พ. 69) ตามที่มีกระแสข่าวจากเพจและสื่อโซเชียลต่าง ๆ จนเป็นข่าวครึกโครมและเป็นที่หวาดวิตกของผู้ปกครองไปทั่วทุกหัวระแหง ขณะที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ต่างระดมกำลังกันลงพื้นที่ติดตามหาตัวคนร้ายซึ่งทราบชื่อคือ นายนพรัตน์ หรือ “แอล” อายุ 31 ปี โดยมีหมายจับทั้งท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี และ สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยที่เจ้าหน้าที่เกือบได้ตัวคนร้ายขณะบุกไปที่บ้านแต่คนร้ายไหวตัวทันหนีออกหลังบ้าน ตร.ออกหากันทั้งคืนยังไร้ตัวคนร้าย

ความคืบหน้าในวันนี้ (18 ก.พ. 69) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พบว่ามีการปิดการเรียนการสอน โดยมีคำสั่งให้นักเรียนหยุดเรียนวันนี้ เป็นเวลา 1 วัน โดยบรรยากาศภายในโรงเรียนมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองมาคอยตรวจตราและเฝ้าตรึงกำลัง ในพื้นที่โดยรอบของโรงเรียน และตามโรงเรียนอื่นๆ ในเขตอำเภอลาดหลุมแก้ว ที่มีการปิดการเรียนการสอนทั้งหมด 14 แห่ง ส่วนกำลังตำรวจอีกจำนวนหนึ่งได้ออกไล่ล่าเพื่อเร่งหาตัวนายนพรัตน์ เพื่อเป็นการกดดันให้มอบตัว

...

ในขณะที่ครูโรงเรียนเปิดเผยว่า ขอยืนยันว่าทางผู้ต้องหาไม่ได้เดินทาง หรือควงปืนมาที่โรงเรียนตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด และลูกของผู้ต้องหาก็ไม่ได้มาเรียน 2 วันแล้ว ซึ่งทราบเพียงว่าบ้านของผู้ต้องหานั้นอยู่ไม่ห่างไกลจากโรงเรียนมากนัก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ทางผู้อำนวยการโรงเรียน จึงได้สั่งการฉุกเฉินให้ปิดการเรียนการสอนเป็นเวลาหนึ่งวันและดูสถานการณ์การติดตามตัวคนร้ายก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งปิดหรือเปิด ก็จะแจ้งให้ทางผู้ปกครองทราบอีกครั้ง

นายสิรภพ นิยมเดช นายอำเภอลาดหลุมแก้ว กล่าวเปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุจับตัวพ่อตาเป็นตัวประกัน แต่ยังไม่สามารถจับตัวได้ จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายปกครองและฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันติดตามสืบถามหาตัวตามบ้านเพื่อนและญาติที่คาดว่าผู้ก่อเหตุ จะหนีไปกบดานอยู่ และในส่วนของทางโรงเรียน ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้ทราบข่าว จากกระแสโซเชียลว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุภายในโรงเรียนเพราะมีลูกชายและหลานของผู้ก่อเหตุศึกษาอยู่ภายในโรงเรียน จึงป้องกันเหตุและแจ้งปิดการเรียนฉุกเฉิน จากนั้นโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ในเขตอำเภอลาดหลุมแก้วจึงพากันทยอยสั่งปิดเรียนเพื่อความปลอดภัย

นายชีพ เสียงดัง อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 เปิดเผยว่า โดยปกตินายนพรัตน์เป็นคนพูดจาดี และมักจะเอาปืนออกยิงขู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพ่อแม่เคยแจ้งว่าเกิดเหตุใช้อาวุธยิงในเรื่องทะเลาะวิวาท และในส่วนทางด้านภรรยาก็ทราบว่ามีการทำร้ายร่างกายกันบ่อยครั้ง สาเหตุในครั้งนี้ไม่ทราบว่าต้นเหตุเกิดจากสิ่งใด ทราบเพียงว่าไปก่อเหตุบนถนนมอเตอร์เวย์ จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นที่พอจะรู้จักกับผู้ก่อเหตุ เพื่อให้ติดต่อขอมอบตัว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบรถกระบะของคนร้ายที่จอดทิ้งไว้ในเขตพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา