ผู้การปทุมธานี สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ "ลาดหลุมแก้ว" ล่าตัวผู้ต้องหา พกอาวุธปืน-หนีการจับกุม ตั้งด่านสกัดจับเร่งกดดันให้มอบตัว ยันไม่มีรายงานเข้าไปก่อเหตุข่มขู่ในโรงเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 69 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อติดตามและขอทราบรายละเอียดกรณีที่มีการแชร์ข่าวมีเหตุชายคุ้มคลั่ง มีอาวุธปืนบุกเข้าไปในโรงเรียน จนเป็นเหตุให้ทางโรงเรียนในเขตอำเภอลาดหลุมแก้ว จำนวน 13 แห่ง สั่งปิดโรงเรียนพร้อมกันในวันที่ 18 ก.พ. 69 จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
โดยเรียก พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ท.ณัฐพล อุดน้อย พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เข้าประชุมวางแผนเพื่อไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้ตามหมายจับ
หลังประชุมนานกว่า 1 ชม. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้กล่าวเปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อเวลา ประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 16 ก.พ. 69 นายนพรัตน์ จีนโต อายุ 31 ปี ชาว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ขับกระบะตู้ทึบ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้ก่อเหตุไล่ยิงรถกู้ภัยบนถนนมอเตอร์เวย์ สาเหตุมาจากที่นายนพรัตน์ จอดรถข้างทางเป็นจุดอันตราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าไปเตือน
...
ซึ่งนายนพรัตน์ อ้างว่าที่จอดรถ เพราะทะเลาะกับแฟนสาวมา จึงไม่พอใจกู้ภัยที่มาเตือนทำให้หัวร้อน ก่อนขับรถไล่ตามประกบยิงกู้ภัย 2 นัด จากนั้นได้จอดรถทิ้งข้างทางแล้ววิ่งเข้าป่า พอตำรวจตรวจท้ายกระบะพบใบกระท่อม 51 ถุง น้ำหนัก 500 กก.
จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 17 ก.พ. นายนพรัตน์ ได้ย้อนกลับมาบ้านพักที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ย่าน ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ก่อนที่จะจับพ่อตา ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามคลองกัน แล้วนำตัวพ่อตาขึ้นรถกระบะอีซูซุ สีเขียว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร
ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. พ่อตาอาศัยจังหวะรถขับช้า และช่วงขึ้นสะพาน บริเวณ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเปิดประตูรถกระโดดหนีลงมาได้ และไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กระทั่งเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 17 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายนพรัตน์ โดยจังหวะนั้นนายนพรัตน์ได้กระโดดวิ่งหนีจากหน้าต่างบ้าน หลบหนีไปทางด้านหลังบ้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
ซึ่งจากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนจำนวน 7 กระบอก ตรวจสอบแล้วเป็นปืนมีทะเบียน และมีชื่อผู้ครอบครองถูกต้อง จำนวน 4 กระบอก ส่วนอีก 3 กระบอก มีทะเบียนแต่ผู้ครอบครองเป็นชื่อบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาพ่อของนายนพรัตน์ ในข้อหา "มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง" และในส่วนพ่อแม่ ญาติพี่น้องและเด็กเล็กที่อาศัยอยู่ในบ้านของฝ่ายภรรยานายนพรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเหลือเพื่อไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
ทั้งนี้ พล.ต.ต.พีรพล ยังเปิดเผยถึงกรณีคนร้ายควงปืนที่โรงเรียนว่า เบื้องต้นข้อมูลดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่มีการพกพาปืนเข้าไปภายในโรงเรียน เพราะยังไม่ได้ได้รับแจ้งแต่อย่างใด มีเพียงการแจ้งความเกี่ยวกับการก่อเหตุของคนร้ายในลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้ เนื่องจากพบว่าเป็นบุคคลอันตรายเพราะมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนและประสานฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว เพื่อประสานแจกจ่ายภาพถ่ายการนำจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ และพกพาอาวุธปืนหลบหนีไปด้วย
...
อีกทั้งเร่งไล่ล่าติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านเพื่อนและบ้านญาติในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และบ้านเพื่อนและญาติที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้ก่อเหตุทราบข่าว จากการกระทำดังกล่าว ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดีกว่า เนื่องจากขณะนี้ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ทั่วพื้นที่แล้ว