ป.ป.ส. เปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับ ส.ต.อ.หลักฐานเส้นทางการเงินมัด มีบทบาท คอยประสานควบคุมการลำเลียงและรับโอนเงินค่ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

สำนักงาน ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ดำเนินการจับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ส. ประสาน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผบช.ภ.4
เพื่อดำเนินการจับกุม ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ ที่ 26/2569 ลงวันที่ 1 ก.พ. ซึ่ง ส.ต.อ.นนทพัทธ์ มีบทบาทเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติด และรับโอนเงินค่ายาเสพติดร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว โดยถูกออกหมายจับในคดีวันที่ 10 พ.ย. 2568 สภ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด ที่ จ.บึงกาฬ

...




ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ดำเนินการสืบสวนขยายผล เป็นเวลากว่า 3 เดือน จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย เป็นประชาชน 3 ราย, เจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 ราย พบพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และพยานหลักฐานอื่น ๆ จนนำมาซึ่งการถูกออกหมายจับ นางภูเวียง (สงวนนามสกุล) ชาวลาว เป็นผู้สั่งการนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย นายชาญยุทธ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย ผู้ร่วมขบวนการ จัดหารถยนต์ลำเลียง น.ส.ปุณยวีร์ (สงวนนามสกุล) ชาวไทย ผู้ร่วมขบวนการจัดหารถยนต์ลำเลียง และส.ต.อ.นนทพัทธ์ มีบทบาทเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติด และรับโอนเงินค่ายาเสพติดร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว

โดยในวันที่ 30 ม.ค. - 2 ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ส. สามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับ 4 คน (เจ้าหน้าที่ของรัฐ 1 คน, ชาวลาว 1 คน ชาวไทย 2 คน) คือ ส.ต.อ.นนทพัทธ์ อายุ 27 ปี, นางภูเวียง ชาวลาว อายุ 30 ปี, นายชาญยุทธ ชาวไทย อายุ 38 ปี และ น.ส.ปุณยวีร์ ชาวไทย อายุ 48 ปี เหตุเกิดในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง จ.นครพนม และ จ.ขอนแก่น ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 1,600,000 บาท รถยนต์ 3 คัน และอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ยอดเงิน 985,837 บาท

จากการสืบสวนพบว่า นางภูเวียง นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวลาว มีพฤติการณ์จัดหายาเสพติด จาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย มีการจัดหาทีมลำเลียง รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด และมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด โดยในห้วงปี 2568 พบว่ามีคดีการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับ นางภูเวียง รวมจำนวน 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 6 คน ยาบ้า 5,800,000 เม็ด ไอซ์ 917 กิโลกรัม เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จ.บึงกาฬ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี




เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบหมาย อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติดประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เข้าพบ พันเอกแพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการสืบสวนปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศ ไทย - สปป.ลาว เพื่อขยายผลเครือข่ายดังกล่าวร่วมกัน ในการสืบสวนบุคคลและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป แต่กลุ่มดังกล่าวยังคงมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การกำจัดเนื้อร้าย (เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด) ในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นและร่วมขบวนการในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อีกทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์กับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการให้ถึงที่สุด

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ แต่สิ่งที่วิกฤตและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด คือ การที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จึงกำหนดให้ยุทธการนี้เป็นกลไกหลักในการทำความสะอาดหน่วยงานภาครัฐ โดย สำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

...